เหตุการณ์ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2551 เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากการที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเข้าปิดล้อมอาคารรัฐสภา ในวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2551 เพื่อกดดันไม่ให้คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภาในวันรุ่งขึ้น (7 ตุลาคม) เพราะรัฐบาลขาดความชอบธรรมที่จะเข้ามาบริหารประเทศ และมีนโยบายต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในเวลาประมาณ 06.20 น. ของเช้าวันอังคารที่ 7 ตุลาคม ตำรวจได้ระดมยิงแก๊สน้ำตากว่า 100 นัดเข้าใส่ผู้ชุมนุม เพื่อเปิดเส้นทางให้คณะรัฐมนตรีและสมาชิกรัฐสภาเข้าไปประชุมเพื่อแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากตั้งแต่บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย จนถึงขั้นขาขาด แขนขาด และเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม รัฐบาลของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้ดำเนินการแถลงนโยบาย โดยที่ ส.ส. และ ส.ว. หลายคนไม่ได้อยู่ในที่ประชุม และเมื่อนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาได้นับองค์ประชุม ปรากฏว่าไม่ครบองค์ประชุม จึงได้สั่งให้พักการประชุม และเมื่อเปิดประชุมใหม่ ก็ปรากฏว่ามีเพียง ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้น จำนวน 320 คน ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านได้คว่ำบาตรการแถลงนโยบายครั้งนี้ หลังจากนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายเสร็จ เวลาประมาณ 14.00 น. ก็ไม่สามารถจะเดินทางออกมาได้ เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมได้ปิดกั้นประตูทางออกแทบทุกทาง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จึงต้องเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ของกรมตำรวจ พร้อมด้วยนางสาวชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ บุตรสาว ไปยังกองบัญชาการกองทัพไทย เพื่อหารือกับผู้บัญชาการ 3 เหล่าทัพ ถึงสถานการณ์
เวลา 16.00 น. ได้เกิดเหตุการณ์รถจิ๊ปเชโรกีระเบิดที่หน้าที่ทำการพรรคชาติไทย มีผู้เสียชีวิตหนึ่งราย คือ พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี ซึ่งเป็นแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จ.บุรีรัมย์ เป็น นรต.46 อดีตตำรวจ สวป.บุรีรัมย์ ผู้เป็นน้องเขยของนายการุณ ใสงาม ผู้ประสานงานพันธมิตร เวลา 17.00 น. บรรดา ส.ส. และ ส.ว. ยังคงติดอยู่ภายในอาคารรัฐสภา ตำรวจจึงได้ใช้แก๊สน้ำตายิงอีกหลายนัด เพื่อเปิดทางให้ ส.ส. และ ส.ว.ออกไปได้ และระดมยิงแก๊สน้ำตาต่อเนื่องไปจนถึงหัวค่ำ ที่หน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาลและลานพระบรมรูปทรงม้า ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจนถึงขาขาดเพิ่มขึ้นอีก 2 ราย และมีหญิงสาวหนึ่งคนเสียชีวิต รวมยอดผู้บาดเจ็บทุกฝ่ายทั้งสิ้นในขณะนั้น 381 ราย เสียชีวิต 2 ราย และตำรวจได้รับบาดเจ็บ 11 นาย หลังจากเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ยุติลง นพ.เพชรพงษ์ กำจรกิจการ ผู้อำนวยการศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ได้สรุปยอดผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม - 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551 โดยมีจำนวนผู้บาดเจ็บทั้งสิ้น 737 ราย และเสียชีวิต 8 ราย รายชื่อ 9 วีรชนพันธมิตร ซึ่งเสียชีวิตในระหว่างการชุมนุม 193 วัน 1. น.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ (น้องโบว์) จากการสลายการชุมนุมหน้ารัฐสภา ถูกระเบิดแก๊สน้ำตาที่บริเวณหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2. พ.ต.ท.เมธี ชาติมนตรี (สารวัตรจ๊าบ) จากเหตุระเบิดรถจี๊ป เชอโรกี หน้าที่ทำการพรรคชาติไทย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 3. นายสมเลิศ เกษมสุข แท็กซี่พันธมิตร จากเหตุโรคหัวใจ ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 4. นายเจนกิจ กลัดสาคร จากเหตุระเบิดที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเช้ามืดวันที่ 20 พฤศจิกายน 5. นายยุทธพงษ์ เสมอภาค (การ์ด พธม.) จากเหตุระเบิดที่แยกมิสกวัน เมื่อเช้ามืดของวันที่ 22 พฤศจิกายน 6. นายเศรษฐา เจียมกิจวัฒนา บิดาของคุณเทิดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา แกนนำกลุ่มทหารเสือพระราชา จ.เชียงใหม่ เสียชีวิตจากการถูกคนเสื้อแดงใช้อาวุธปืนยิง, แล้วใช้มีดฟันจนแขนขาด และรุมทำร้ายอย่างโหดเหี้ยม ขณะร่วมกันป้องกันการถูกบุกรุก ที่สถานีวิทยุวิหคเรดิโอ จ.เชียงใหม่ 7. น.ส.กมลวรรณ หมื่นหนู (น้องโบว์) เสียชีวิตจากการถูกระเบิด M79 ยิงเข้ามาขณะชุมนุมอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 30 พฤศจิกายน 8. นายรณชัย ไชยศรี (นักศึกษาปริญญาเอก) เสียชีวิตจากการถูกระเบิด M79 ยิงเข้ามาขณะชุมนุมอยู่ที่สนามบินดอนเมือง วันที่ 2 ธันวาคม 9. คุณศศิธร เชยโสภณ (น้องติ๊ก) อายุ 32 ปี (การ์ดอาสา พธม.) ประสบอุบัติเหตุตกจากรถขณะช่วยขนของออกจากทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2551 เสียชีวิตวันที่ 6 ธันวาคม |