
.. ภาพจาก www.manager.co.th .. @@@@@@ นรกส่ง "ฮุนเซน ลูกเจ้าพ่อแม้วแร๊พ" ขึ้นมาป่วน สวรรค์จึงส่ง "มาร์ค ศิษย์ใบมีดโกน" ลงมาปราบ !!!...
เหมือนผีนรก.. ที่เพิ่งลุกออกมาจากหลุมศพ !! .. นั่นคือ สิ่งที่พอจะเปรียบเทียบได้ต่อท่าทีจุดยืนอันแข็งกร้าวที่ไม่สมควรจะแข็งโด่ออกมาประจานให้ชาวโลกเขาเห็นเลยของ สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช..เสื้อแดงฮุนเซน ผู้นำขแมร์ประเทศ !.. เขาและภริยามาถึงเมืองไทยก็เปิดฉากแถลงข่าวประเด็นสำคัญทันที เสมือนว่าเขานั้นจะเป็น "นกรู้" มาตั้งแต่กรุงพนมเปญแล้วล่ะครับว่า งานนี้คงจะต้องโดนสื่อมวลชนไทยตั้งคำถามเพื่อเปิดปากถามความในใจของเขามากมายต่อกรณีของเพื่อนรักนาม "ทักษิณ" .. ต่อกรณีที่ผู้นำขแมร์ประเทศผู้นี้ มีความตั้งใจที่จะให้ที่พักพิงแก่ .."นักโทษชายทักษิณ" !.. ใจความสำคัญๆของการจัดฉากเปิดใจให้สัมภาษณ์สื่อเมื่อวานที่ผ่านมา ใจความหลักๆที่ทำเอาคนไทยรู้สึกว่าน่าจะจับผู้นำขแมร์ประเทศหลายนี้ไปตบปากสักฉาดสองฉาดก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องที่ "สมเด็จฮุนเซน" บอกว่า.. “คนไทยเป็นล้านๆ เสื้อแดงก็เป็นผู้ที่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ แล้วทำไมข้าพเจ้าซึ่งเป็นเพียงเพื่อน ซึ่งอยู่ห่างไกลจะไม่สามารถสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ หากไม่มีการปฏิวัติรัฐประหารสิ่งนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น” ..
ที่มาของข่าว.. @@ “ฮุนเซน” ด้านพอ รับให้ที่พักพิง “นช.แม้ว” - เหน็บคนไทยต้องมีศีลธรรมกับ “ทักษิณ” http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000126686
บทสัมภาษณ์สื่อมวลชนของ "สมเด็จฮุนเซน" ครั้งนี้ .. โดยเฉพาะท่อนที่ว่ามานี้ ..สะท้อนให้เห็นหมากเกมที่รับมาจาก "ทักษิณ" ชัดเจน!!!.. ฮุนเซน วันนี้นั้นเขาก็คือทักษิณในร่างคนเขมรแค่นั้นเอง ..นี่คือ ทั้งหมดของเรื่อง!!.. คือ ความต้องการของ "ทักษิณ" ที่จะให้ "ฮุนเซน" เพื่อนรัก เข้ามาแทรกแซงการเมืองไทยโดยใช้ปมข้อพิพาทของการเมืองระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นอยู่ ณ ขณะนี้ และ การเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำอาเซียน เป็นตัวบีบให้รัฐบาลไทยโดยเฉพาะ นายกฯอภิสิทธิ์ ผู้อ่อนอาวุโส ต้องยอมสงบปากสงบคำและเป็นฝ่ายโดนกระทำฝ่ายเดียว.. ในบทสัมภาษณ์มีนัยของการเลือกข้างค่อนข้างชัดเจน โดยมีสัญลักษณ์ทางการเมืองที่ "สมเด็จฮุนเซน" ตั้งใจและเตรียมมาเพื่อสื่อสารผ่านสาธารณชนออกไป ๒ สัญลักษณ์ คือ ทักษิณและเสื้อแดง กับ รัฐประหารและความอยุติธรรม .. ซึ่งเรื่องลักษณะนี้ถือว่าเป็นเรื่องไร้มารยาทและจงใจที่จะให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศตามมาอย่างชัดเจน ฮุนเซนไปยกหางทักษิณโดยไปลากดึงเอากรณี นางออง ซาน ซูจี มาเปรียบเทียบเนี่ย ถือว่าเป็นเรื่องที่ "สารเลว" มากๆ มากชนิดที่เจ้าภาพผู้สงบเสงี่ยมเรียบร้อยอย่าง "มาร์ค" นั่งไม่ติดนั่นแหละ.. ปัญหาตอนนี้อยู่ที่ว่า สมเด็จฮุนเซน เลือกพูดประเด็นนี้ทำไม?.. เขาต้องการจะสื่อสารอะไรที่นอกเหนือไปจากเรื่องของ "นักโทษชายทักษิณ" หรือ ไม่ ?.. เรื่องนี้เกี่ยวข้องอะไรด้วยกับการประชุมผู้นำอาเซียนในครั้งนี้ ประเด็นนี้รังแต่จะทำให้สายสัมพันธ์ของประเทศไทยและขแมร์ ร้าวแตกหนักขึ้นไปอีก .. ทว่า ทำไมฮุนเซนถึงยังเลือกที่จะสื่อสารออกมา ???.. .............................................................

รัฐบาลไทย .. นำโดยนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ออกมาให้สัมภาษณ์สวนกลับฮุนเซนอย่างสุดคม ชนิดไม่ไว้หน้าผู้นำขแมร์มากอาวุโสเลยทีเดียว.. “ผมคิดว่า คงมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน อย่างที่ผมเรียนว่า ไม่ทราบว่า มีกี่คนในโลกที่คิดว่า กรณีของ อองซาน ซูจี เหมือนกับเรื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องเข้าใจว่า เรื่องที่มีการหยิบยกขึ้นมา เช่น กรณีของ นายสม รังสี หัวหน้าพรรคฟุนซินเปก ก็ไม่ได้เป็นเรื่องของรัฐบาล ที่จะมาเปรียบเทียบต่อกรณีที่รัฐบาลของอีกประเทศหนึ่ง จะไปเปิดโอกาสให้มีใครจะใช้ประเทศเป็นฐานมาทำอะไรที่กระทบต่อความสัมพันธ์ที่ดีและความมั่นคง” .. “และคิดว่า นายกฯฮุนเซน จะต้องคิดให้ดีว่า จะยืนยันการตัดสินใจที่จะมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์และผลประโยชน์ร่วมกันของคนทั้ง 2 ชาติ เพื่ออะไร คือ ผมก็เห็นว่า ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีความอาวุโส อย่าไปเป็นเหยื่อและเป็นเบี้ยให้ใครเลย” ..
ที่มาของข่าว.. @@ “มาร์ค” เตือน “ฮุนเซน” อุ้ม “แม้ว” กระทบสัมพันธ์ 2 ชาติ-ชี้เข้าใจผิดอย่างแรง http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000126700 ......................................... อาวุโส "ฮุนเซน" คงจะคาดไม่ถึง.. ว่า "เด็กวานซืน" นามว่า "อภิสิทธิ์" ทำไมถึงใจกล้าและหักหน้าเขากลับได้เด็ดสะระตี่ปานฉะนี้ ??.. การออกปากเตือน "สมเด็จฮุนเซน" ให้ระวังอย่าเป็นเหยื่อ เป็นเบี้ยให้ทักษิณเนี่ย ฟังกี่รอบๆ "สมเด็จฮุนเซน" ก็คงจะต้องควันออกหูทุกรอบแน่ๆ ในฐานะผู้นำที่มีความอาวุโส จนทำให้ "สมเด็จ ฮุนเซน" ต้องหันกลับมุมไปปรึกษาพี่เลี้ยงเจ้าของค่ายหน้าเหลี่ยม ที่สอนเชิงมวยถ่อยจากนรกอเวจีให้มาป่วนบนเวทีอันทรงเกียรติ ชนิดที่ต้องเรียกว่า ..หามุมกลับแทบไม่เจอ!!.. โดนเด็กวานซืนสอนมวยแบบนี้ฮุนเซนผู้อาวุโส สมควรจะทำยังไงต่อดี .??!! ... ไปตายซะดีไหม ???..

ท่าที "อภิสิทธิ์" ที่เอ่ยเตือน "สมเด็จฮุนเซน" ให้ระมัดระวังในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนี่ คือ คำท้าทาย คือการถือไพ่เหนือกว่าของฝ่ายไทย คือปมที่เป็นหนามยอกอกผู้นำขแมร์ ..
เป็นเรื่องที่ "สมเด็จฮุนเซน" ยังไงๆเสีย ก็ต้องกลับไปตีลังกาคิดหลายๆรอบหลายๆตลบ พร้อมตบกบาลตัวเองหลายๆที ที่เสียรู้เสียเชิงโดนนายกรัฐมนตรีของไทย "สอนมวย" ชนิดเสียรูปไปเลย..
คนเดียวอาจจะทำให้เขมรพังทั้งประเทศ นี่คือ สิ่งที่นายอภิสิทธิ์ ตอกกลับ ฮุนเซน ส่งผ่านสื่อ ฝากไปถึงคนเขมรทั้งประเทศ ที่ไม่ได้อินังขังขอบกับคนไทยหัวใจอัปรีย์นามว่า "ทักษิณ" ..
นายอภิสิทธิ์ ฝากชาวเขมรทั้งประเทศให้ได้คิด ในเรื่องที่ "ฮุนเซน" เอาเรื่องส่วนตัว เอาเรื่องผลประโยขน์ของนักธุรกิจเพื่อนบ้านที่เป็นเพื่อนรักอย่าง "ทักษิณ" มาพัวพันจนทำให้เกิดปัญหาวิวาทะกับประเทศเพื่อนบ้าน..
นายอภิสิทธิ์ เอ่ยชื่อ นายสม รังสี ผู้นำฝ่ายค้านของเขมรขึ้นมา ยิ่งเป็นการตอกหน้า "ฮุนเซน" ให้คะแนนนิยมสั่นคลอนไปอีกเป็นพะเรอเกวียน อย่างน้อยๆก็คงจะสะเทือนถึงเก้าอี้ ส.ส.ในสภาหลายๆเก้าอี้ในการเลือกตั้งสมัยหน้า ..
ที่สำคัญ "สมเด็จฮุนเซน" จะโดนสื่อมวลชนเขมร และ ฝ่ายค้าน รุกหนักในการตรวจสอบผลประโยชน์ทับซ้อนของเขาที่มีกับนโยบายหรือโครงการต่างๆของชาวต่างชาติที่เข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ในประเทศเขมร ..
หาก "สมเด็จฮุนเซน" ยังขืนคิดจะอุ้ม "ทักษิณ" ต่อไป ประเทศไทยไม่มีปัญหาอันใดเลยหากจะตัดสายสัมพันธ์กับ..ขแมร์ประเทศ !!.. นี่คือ นัยหลักๆที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หนุ่มหน้ามนคนไม่หน้าโง่ของไทย สื่อออกไปถึง "สมเด็จฮุนเซน" ผู้นำสมองทึบปัญญาทึ่มของขแมร์ประเทศ ให้ได้กลับไปคิดเป็นการบ้าน .. หาก "สมเด็จฮุนเซน" ยังไม่เปลี่ยนแปลงท่าทีพฤติกรรม ปมปัญหานี้ก็อาจจะทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลเขมรของเขาสั่นคลอนจนถึงพังไม่เป็นท่า.. มันไม่ส่งผลดีต่อตัวเขา ทั้งในปัจจุบัน และ ในอนาคต ในเรื่องของอำนาจและบารมี !! ......................................................

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ.. เขาพยายามจะสื่อสารไปยังคนเขมรทั้งประเทศ รวมทั้งผู้นำขแมร์อีกหลายๆฝ่ายเพื่อให้ช่วยกันตระหนักคิดให้จงหนัก ขแมร์ประเทศจะทำอย่างไร ? ..หากไม่ได้รับการสนับสนุนในโครงการพัฒนาประเทศในหลายๆเรื่องจากรัฐบาลไทยต่อไป!!.. อย่าลืมว่า!! ..ตั้งแต่ครั้ง "เผาสถานทูตไทย" รัฐบาลเขมรเป็นฝ่ายเข้ามาง้อไทยเอง!!..
เรื่องของการสานสัมพันธ์กับขแมร์ประเทศอีกครั้ง และ รัฐบาลระยำของไทยในขณะนั้นก็ดันไปรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดเองอีกด้วยเนี่ย มันยังเป็นเรื่องคาใจคนไทยทั้งประเทศอยู่เสมอ!! ..
เขมรไม่รับผิดชอบในเรื่องใดๆเลย จับได้แค่พวกปลาซิวปลาสร้อย คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องระยำในครั้งก่อน "สมเด็จฮุนเซน" รู้ดีว่าเป็นใคร ?..แต่ก็ไม่รับผิดชอบที่จะไปลากตัวมาลงโทษ ! เนื่องเพราะมันเกี่ยวข้องกับ "ฮุนเซน" และ "ทักษิณ" โดยตรง ในเรื่องของผลประโยชน์ในขแมร์ประเทศ .. มันเป็นเรื่อง "ปาหี่" ที่มีคนไทยบัดซบไปร่วมเล่นด้วยจนทำให้เลยเถิดไปถึงเผาสถานทูต ทักษิณทำท่าทีฮึดฮัดจะเอาเรื่องเขมรอยู่พักหนึ่ง แต่ท้ายที่สุดรัฐบาลแม้วมะเร็งของไทยก็ยอมให้เขมร!!..
จนป่านนี้คนไทยยังไม่ได้คำตอบเลยว่ากรณี "เผาสถานทูตไทยในกรุงพนมเปญ"นั้น .. "เขมรมันบ้า" หรือว่า "คนไทยมันเฮงซวย" กันแน่!! ............................................................

ภาวะผู้นำไทย ผู้ที่โดนครหาว่าเป็น "เด็กวานซืน" .. ภาวะผู้นำขแมร์ ผู้ที่ได้รับเกียรติจากเด็กวานซืนว่าเป็น "ท่านผู้อาวุโส".. พิสูจน์ให้เราเห็นได้ชัดถึงวิสัยทัศน์ผู้นำอันแตกต่างในระดับสากลที่มีต่อการมองปัญหาของ นางออง ซาน ซูจี การพยายามจะลากจูงเรื่องคนละเรื่อง มนุษย์คนละสันดาน ผู้นำคนละอุดมการณ์คนละพฤติกรรม ให้ไปเป็นเรื่องเดียวกันแบบนี้ .. มันคือภาพลักษณ์อันไม่เหมาะสมอย่างยิ่งของผู้นำขแมร์นาม "สมเด็จฮุนเซน" โดยสมบูรณ์แบบจริงๆ ถือว่าครั้งนี้ "สมเด็จฮุนเซน" สอบตกในทุกๆข้อวิชา "การเมืองระหว่างประเทศ" สะท้อนให้เห็นว่าเขาไม่มีความเข้าใจ และ ไม่มีความละเอียดอ่อนเพียงพอต่อปัญหาเพื่อนบ้านในอาเซียนชนิดที่ไม่น่าให้อภัย!!
ปัญหาของ นางออง ซาน ซูจี เป็นปัญหาการเมืองภายในประเทศพม่า ที่ละเอียดอ่อนมากถึงมากที่สุด การพยายามที่จะอุปโลกน์ให้กรณีของ "ทักษิณ" เป็นกรณีคล้ายคลึงกับ "ออง ซาน ซูจี" ถือว่าเป็นการเหยียบย่ำจิตใจคนพม่าที่รักนางออง ซาน ซูจี เป็นอย่างยิ่ง .. มีกี่คนในโลกที่คิดว่า กรณีของ อองซาน ซูจี เหมือนกับเรื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณ ??!
คำพูดนี้ของนายอภิสิทธิ์ สะท้อนความเฉลียวฉลาดและทันเกมของเขา เขารู้ว่ามีกลุ่มมาเฟียการเมืองระหว่างประเทศกลุ่มใดบ้าง ? ที่พยายามจะลากดึงประเทศไทยให้ไปติดกับวังวนปัญหาการเมืองภายในประเทศเพื่อนบ้าน!!.. ทว่า นายอภิสิทธิ์ ก็ไม่ได้หลงกล และ ไม่ได้หลงเกมกับดักหลุมพรางนี้แต่อย่างใด ตรงกันข้ามเขากลับปีนป่ายกับดักหลุมพราง ในเรื่องของจุดยืนกรณี นางออง ซาน ซูจี นี้ ได้ค่อนข้างที่จะชัดเจน ..
นางออง ซาน ซูจี คือ นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและการปลดแอกพม่า ทว่า ทักษิณ ชินวัตร น่ะ ไม่ใช่ !!..เขาคือนักโทษหลบหนีคดีความอาญาในปัญหาคอรัปชั่นของไทย มันคนละเรื่องคนละประเด็นกัน คนทั้งโลกเขาเข้าใจดี "สมเด็จฮุนเซน" ผู้อาวุโสและกำลังตกเป็นเบี้ยและเหยื่อในเกมการเมืองของ "ทักษิณ" อย่าหลงประเด็นนำไปปะปนกัน..
นี่คือนัยสำคัญที่นายอภิสิทธิ์ พยายามจะเตือน ผู้นำขแมร์ ..ขี้ข้าทักษิณรายล่าสุด!! สมเด็ฮุนเซน..พิสูจน์ให้เราได้เห็นชัดเจนแล้วล่ะว่า เขาเองก็เป็นแค่เพียงพวกคนแก่กะโหลกกะลา ไม่ต่างจาก "บิ๊กจิ๋ว" หรือ "สมัคร" อดีตนายกฯของประเทศไทย .. คนเหล่านี้เป็นมนุษย์จำพวกที่ใช้หัวเดินต่างตีน ใช้ตีนคิดแทนหัวสมอง !!! .. ข้อเรียกร้อง หรือ ความต้องการของเขาที่ผ่านออกมาจากปากทหารแก่สมควรตายนาม "บิ๊กจิ๋ว" เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ มันสะท้อนให้เราเห็นได้ชัดเจนดีว่า .. "สมเด็จฮุนเซน" ก็คือหนึ่งหมากเบี้ยที่ "ทักษิณ" ใช้เดินเกมพยาบาทและเกมล่าสมบัติของเขาอยู่ในขณะนี้ ตามที่นายอภิสิทธิ์ เอ่ยปากปรามและเตือนใจไปนั่นแหละ!!.. ...................................................

สุดท้ายนี้ก่อนจะจบบทความในเรื่องนี้ .. อยากจะฝากข้อสงสัยต่อประเด็นข้อเรียกร้องของฝ่ายเขมรที่ผ่านปาก "บิ๊กจิ๋ว" ให้ช่วยกันคิดสักนิดนะครับว่า..มันมีนัยแอบแฝงและหมกเม็ดอะไรเอาไว้บ้าง??!.. เรื่องที่ ๑ . เรื่องการถอนกองกำลังทหารของทั้งสองฝ่าย หรือ การถอยร่นออกจากพื้นที่ข้อพิพาท ๕-๑๐ กิโลเมตร เพื่อที่จะให้คณะกรรมาธิการร่วมชายแดนไทย-เขมร รับผิดชอบจัดการแต่เพียงองค์กรเดียว.. อันที่จริงเรื่องนี้ขแมร์เป็นคนรุกเข้ามาก่อนเอง ตอนนี้ทำไมต้องการจะถอนออกไปล่ะ??! .. คณะกรรมาธิการ JBC จะเข้าไปทำงานในด้านใดบ้าง ? และ บทสรุปนั้นมุ่งหวังในเรื่องใดเป็นสำคัญ หากสรุปว่าเพื่อการจดทะเบียนมรดกร่วมกัน และ พัฒนาพื้นที่โดยรอบจุดพิพาทร่วมกันโดยปราศจากการแทรกแซงของพวกตัวแทนนานาชาติ "หัวแดง" ก็เป็นเรื่องดี.. ทว่า ถ้าไม่ใช่ แต่กลับเป็นเรื่องที่เขมรต้องการเพียงลดกระแสกดดันที่พวกเขาเป็นฝ่ายก่อขึ้นมาและแบกรับปัญหาเรื่องงบประมาณของกองทัพที่เพิ่มขึ้นไม่ไหว โดยเขมรยังยืนกรานที่จะจดทะเบียนตัวปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกแต่เพียงผู้เดียวต่อไป มันก็ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะไปเจรจาตกลงกันในเรื่องการถอนกำลัง เพราะฝ่ายไทยมีแต่จะเสียเปรียบ.. เขมรจะถอนกำลังไปยืนอยู่จุดไหนล่ะ ?.. ๕-๑๐ กิโลเมตรที่ว่านั้น เขมรนับจากหมู่บ้านที่เขมรรุกล้ำเข้ามาใช่หรือไม่ ?..ถ้าใช่ก็ไม่ต้องมาพูดกัน แต่ถ้าเขมรจะแสดงความจริงใจด้วยการถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดออกไป และ ถอนกำลังทหารออกไปตั้งทัพอยู่ฝั่งเขมรตรงตีนเขาโน้นค่อยกลับมาพูดกันใหม่.. ปัญหาข้อพิพาทเขาพระวิหาร มันมีปมเงื่อนอยู่ที่ เขมรดันขอจดทะเบียนเป็นมรดกโลกนี่แหละ หากเขมรถอนเรื่องกลับเสีย และ มาร่วมกับไทยเพื่อทำการพัฒนาตัวปราสาทและพื้นที่โดยรอบให้เป็นอุทยานประวัติศาสตร์เสียก่อน หลังจากนั้นก็จดทะเบียนเป็นมรดกร่วมกันทั้งสองประเทศ โดยไม่มีข้อระแวงสงสัยในเรื่องผลประโยชน์อื่นใด ..ทุกอย่างก็จบ!!.. มันอยู่ที่ท่าทีของเขมร ที่มีพวกนายทุนต่างชาติ นักล่าอาณานิคมหัวแดงทั้งหลายครอบงำอยู่ มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องกองกำลังทหารของฝ่ายไทย ที่ตั้งฐานยันอยู่ตามแนวตะเข็บชายแดนแต่อย่างใด?.. เรื่องนี้ .."อีกาคาบข่าว" อย่างพ่อใหญ่ลา หวานเจี๊ยบ นาม "บิ๊กจิ๋ว" น่าจะคิดได้นะ.. ยกเว้นว่า ..มีอะไรบางอย่าง ..ไปอุดตันสมองอยู่ เลยคิดเห็นเข้าข้างเขมรหมด ???!!.. .......................................

เรื่องที่ ๒. ข้อเสนอในเรื่องการเจรจาเพื่อตกลงให้มีการพัฒนาร่วมกันในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยกับเขมร ที่ทางเขมรอยากให้เร่งเจรจาให้แล้วเสร็จ รวมถึงในเรื่องที่ออกมาโกหกบอกว่ายังไม่ได้ให้ใครได้สัมปทานสำรวจน้ำมันในเขตพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลในอ่าวไทยนั้น แท้จริงมีการตกลงปลงใจแบ่งสรรปันส่วนกันไปนานแล้ว ? .. พื้นที่เขตทับซ้อนทางทะเลนี้ รัฐบาลไทยเสนอให้พัฒนาร่วมกันมานานแล้ว มิใช่หรือ ?..ก่อนหน้านี้รัฐบาลไทยเสนอเขมรให้พิจารณามาโดยตลอดมิใช่หรือ ?..เขมรไม่เคยยอมมิใช่หรือ ? อ้างว่าเป็นของเขมรแต่เพียงผู้เดียวมิใช่หรือ ?.. แล้วทำไมวันนี้มันถูกนำไปเป็นข้อเสนอของขแมร์ซะล่ะ ??..สมเด็จฮุนเซน ยังมีหน้ามาโกหกพกลม ผ่านปากคนพูดจาไม่รู้เรื่องอย่าง "บิ๊กจิ๋ว" อีก..เรื่องนี้ใครเชื่อ "สมเด็จฮุนเซน" ก็คงจะโง่เต็มทน!!.. "ทักษิณ" และ "ฮุนเซน" คิดที่จะครอบงำพื้นที่นี้ทั้งหมด การพยายามที่จะคลี่คลายความตึงเครียดในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ที่มีเรือรบของกองทัพไทยแล่นตรวจการณ์ตลอดเวลานี้ คือ เบื้องแรกที่ "ทักษิณ" และ "ฮุนเซน" ต้องการจะให้เกิด.. ก่อนจะนำประเด็นเหล่านี้ไปเรียกตบทรัพย์ ขอค่ามัดจำ ให้นายทุนน้ำมันต่างชาติลงขันสนับสนุนเงินทุนเพื่อการเลือกตั้งในสมัยหน้า ที่หากรัฐบาลไทยในสมัยหน้าเป็นนอมินี่ทักษิณ ก็รับประกันซ่อมฟรี ทางสะดวกที่บริษัทค้าน้ำมันข้ามชาติ ที่แล่นเรือน้ำลายส่อรอบๆอ่าวไทยขณะนี้ จะได้เวลารุมเข้าไปสวาปามทรัพยากรทางธรรมชาติอย่างอิ่มหมีพีมันไปชั่วลูกชั่วหลาน.. หนทางเดียวที่จะแก้ปัญหานี้ร่วมกันก็คือ รัฐบาลไทยและเขมร ต้องจัดการทำสนธิสัญญาเพื่อการพัฒนาและขุดน้ำมันในพื้นที่บริเวณข้อพิพาททางทะเลนี้ร่วมกันเท่านั้น โดยเป็นการลงทุนในระดับรัฐบาลทั้งสองประเทศ ไม่ใช่เรื่องของการตกลงพัฒนาร่วมกัน แต่ดันไปให้สัมปทานบริษัทต่างชาติหัวแดงเข้ามาถือครองจนหมด ส่วนประเทศทั้งสองแบ่งปันแค่เงินสัมปทาน.. สิ่งนี้สำคัญมาก ..รัฐบาลไทยตอนนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพราะชัดเจนในเรื่องของการกีดกันการแทรกแซงของบริษัทข้ามชาติอยู่แล้ว อยู่ที่เขมรเองมีความจริงใจขนาดไหน ?.. หากรัฐบาลเขมรยังเที่ยวเป็นลูกมือลูกตีน เป็นขี้ข้าอาณานิคมหวังให้บริษัทต่างชาติมาฮุบสมบัติของชาติ ปล่อยให้บริษัทน้ำมันชาติต่างๆ มาเที่ยวเพ่นพ่าน ทำท่าทางน้ำลายส่อรอเข้าไปรุมทึ้งอยู่แบบนี้ก็ไม่ต้องมาพูดกัน.. ประเด็นนี้ ..รัฐบาลไทยตรึงกำลังทหารไว้เฉยๆ ..เขมรมันก็ดิ้นตายเองแหละ !! ....................................................

เรื่องที่ ๓. กรณีเรื่องของการที่ "สมเด็จฮุนเซน" ได้สร้างบ้านพักเพื่อเตรียมให้ที่พักพิงแก่ "นักโทษชายทักษิณ" .. เรื่องนี้ผมมองว่าเป็น "ปาหี่หลอกต้ม" ที่หวังผลเพียงเพื่อยกมาเป็นประเด็นลวงตาและสร้างความเคืองขุ่นให้กับ รัฐบาลไทย แค่นั้นเอง!!.. จะว่าเป็นการยกมาเพื่อเป็นประเด็น "แบล็คเมล์" หรือ "ข่มขู่" ฝ่ายไทยหากไม่ยินยอมตามกรณีข้อเรียกร้อง ๒ ข้อข้างบนก็คิดว่าคงจะไม่ใช่ เนื่องเพราะหากว่า "สมเด็จฮุนเซน" ต้องการเพียงแค่นี้ ก็ดูจะเป็นเรื่องที่โง่ทึ่มเสียเต็มประดา!!.. ข้อนี้ ..บทสรุปของเรื่อง ไม่ได้อยู่ที่ว่า "สมเด็จฮุนเซน" ปรารถนาจะสร้างบ้านให้ "ทักษิณ" เพราะ "สมเด็จฮุนเซน" สามารถสร้างบ้านหลังใหญ่เป็นคฤหาสน์เพื่อรองรับ "ทักษิณ" อย่างไรก็ได้ เป็นสิ่ทธิ์ของ "สมเด็จฮุนเซน" .. ทว่า ปัญหามันจะเกิดก็ต่อเมื่อ "ทักษิณ" เดินทางเข้าไปอยู่ในบ้านหลังนั้นต่างหาก ตราบใดที่ "ทักษิณ" ยังไม่ได้ไปอยู่ในเขมร "สมเด็จฮุนเซน" จะเห่าหอนอะไร? ก็เชิญเห่าหอนไปเถอะ เพราะผลเสียก็ตกแก่ "สมเด็จฮุนเซน" ทั้งนั้น แต่ถ้า "ทักษิณ" เข้าไปอยู่ในบ้านนั้นเมื่อไหร่? ผลลัพธ์ที่ตามมาของสองประเทศนี้ก็คือ ..สงคราม ชัดเจน !!..ไม่ต้องไปคิดอะไรมาก!! ผมยังมั่นใจว่า ..นี่มันเป็นแค่เกมปาหี่ ที่นำมือผู้นำประเทศเพื่อนบ้านที่ตัวเองสนิทสนมมาดิสเครดิตประเทศชาติตัวเองของ "ทักษิณ" .. เนื่องเพราะ ..ระยะห่างที่ "ทักษิณ" มหาเศรษฐีหนีคุกคนขี้ขลาดคนนี้จะมั่นใจในความปลอดภัยของตนว่า ..จะไม่โดนหน่วยคอมมานโดของไทย จู่โจมลากคอมาเข้าคุกได้ ต้องห่างออกไปประมาณ ๓ ประเทศ ..อัพ!!.. ไม่มีทาง และ เป็นไปไม่ได้ที่ "นักโทษชายทักษิณ" จะกล้ามาอยู่เขมร !!.. หน่วยข่าวกรองของไทยเต็มยั้วเยี้ยะในเขมร ..มาเมื่อไหร่โดนลากคอมาเข้าคุกเมื่อนั้น!! ศรีธนญชัยเจ้าเล่ห์อย่างทักษิณ ..จะโง่มาอยู่หรือ ????.. สู้นอนรอความตายสบายๆไข่ ..อยู่ที่ดูไบไม่ดีกว่าหรือ ???.. .......................................................... วินเซนต์ ขอนแก่น ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๒
|