Home
About PAD
ASTV - TAN
Cartoons
Contact PAD
Event - July 5, 2009
Event - Sep 18, 2009
Event - Jan 9, 2010
Hun Sen
Military & Thailand
New Politics Party
October 7th
PAD Chat
PAD Links
PAD New England
PAD News
PAD Photos
PAD Reviews
PAD Stories
PAD Videos
PAD-USA
Politics & Monarchy
Power of Love
Prasart Pra Viharn
Site Map
Support
Hun Sen
 

Hun Sen (born August 5, 1952; real birthday April 4, 1951) is the Prime Minister of Cambodia.  He is one of the key leaders of the Cambodian People's Party (CPP), which has governed Cambodia since the Vietnamese-backed overthrow of the Khmer Rouge in 1979.  He was a former Khmer Rouge who escaped to Vietnam before 1979 in order to call the Vietnamese to overthrow the other Khmer Rouge.

Born in Kampong Cham, Hun Sen left his home when he was 13 and resided at a temple to get a chance to study.  At age 19, Hun Sen joined Khmer Rouge.  During the Khmer Rouge offensive against Phnom Penh and just one day before the victory, on April 16, 1975, Somdech Hun Sen was wounded in the left eye.  As a result of a wound sustained, Hun Sen has a glass eye.  Recovering after months of treatment, he married Bun Rany.  In 1977 he lefted his family during the Pol Pot regime's policy of genocide, to lead a movement aimed at liberating Cambodia and its people from the genocidal regime. 

In 1978, Hun Sen became a founding member of the United Front for the National Salvation of Kampuchea (UFNSK).  In collaboration with other patriotic movements and with the support of Vietnamese volunteer forces, on January 7, 1979, the UFNSK rescued Cambodia and its people from the genocidal regime of Democratic Kampuchea (Pol Pot).

His current, full, honorary title is: Samdach Akkak Moha Sena Padey Dekjo Hun Sen.  The title "Samdech" was attached to his name in 2007 by King Norodom Sihanouk.  It is only an honorary title and does not give him further (royal) powers.

 

ฮุน เซน เกิดวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2494 (แต่แจ้งว่าเกิดเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2495) เป็นนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และเป็นหนึ่งในผู้นำคนสำคัญของพรรคประชาชนกัมพูชา (CPP) ซึ่งเริ่มมีบทบาทในการปกครองประเทศมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 โดยมีเวียดนามร่วมให้การสนับสนุนกองกำลังเขมรแดง ซึ่งฮุนเซนนั้นเดิมเป็นเขมรแดงที่ได้หลบหนีเข้าไปอยู่ในประเทศเวียดนาม เพื่อขอความช่วยเหลือจากเวียดนามให้ช่วยกำจัดพวกเขมรแดง อีกต่อหนึ่ง

ฮุนเซน เกิดที่จังหวัดกำปงจาม ได้เร่ร่อนออกจากบ้านเมื่ออายุ 13 ปี โดยอาศัยข้าวก้นบาตรกับพระที่วัดเพื่อให้มีโอกาสได้เรียนหนังสือ เมื่ออายุ 19 ปี (พ.ศ. 2513) ฮุนเซน ได้เข้าร่วมในกองทัพปฏิวัติ (เขมรแดง) ทำการต่อสู้กับทหารลอนนอลซึ่งสหรัฐอเมริกาได้ให้การสนับสนุน (ช่วงปี พ.ศ. 2518 - 2521) และในระหว่างการต่อสู้ของฝ่ายเขมรแดง ก่อนการได้รับชัยชนะเข้ายึดกรุงพนมเปญเพียงหนึ่งวัน ในวันที่ 16 เมษายน 2518 ฮุน เซน ได้รับบาดเจ็บที่ดวงตาข้างซ้าย ทำให้ต้องใส่ตาเทียม และฮุนเซนถูกจับให้แต่งงานหมู่รวม 13 คู่ เมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2519 ในวัย 25 ปี กับเจ้าสาวชื่อบุญ รานี แต่ในปี 2520 ฮุนเซน ได้จากครอบครัวไปในยุคของพอลพต โดยไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าลูกคนแรก เพราะต้องหนีการไล่ล่าของกลุ่มเขมรแดงเข้าไปในเวียดนาม เพื่อขอให้เวียดนามช่วยกำจัดเขมรแดงอีกฝ่ายหนึ่ง

ในปี พ.ศ. 2521 ฮุนเซน ได้เป็นผู้นำกลุ่ม United Front for the National Saivation of Kampuchea (UFNSK) และด้วยการร่วมมือกับประชาชนเขมร และการสนับสนุนจากเวียดนาม ได้โค่นล้มพรรคประชาธิปไตยกัมพูชา หรือกลุ่มเขมรแดงของพอลพต ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2522

ในปี 2550 ฮุนเซน ได้รับสมญานามว่า สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน จากการแต่งตั้งของกษัตริย์นโรดมสีหนุ โดยตำแหน่ง "สมเด็จ" นั้น เป็นเพียงคำนำหน้าชื่อ มิได้มีอำนาจนอกเหนือ

 

เขมรแดง (Khmer Rouge or Red Cambodians) เป็นกลุ่มนิยมคอมมิวนิสต์ในกัมพูชา เริ่มต่อต้านกองกำลังกัมพูชามาตั้งแต่ 1970 โดยได้รับความช่วยเหลือจากเวียดนามเหนือและทหารเวียดกง ในเดือนเมษายนปี 1975 หลังจากสงครามกลางเมืองที่ทำให้ชาวกัมพูชาทุกข์ทรมาน กลุ่มเขมรแดงที่นำโดยพอลพตก็บุกยึดกรุงพนมเปญและโค่นล้มรัฐบาลของพลเอกลอนนอลที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ สำเร็จ จากนั้นกัมพูชาก็ตกอยู่ภายใต้ระบอบการปกครองของเขมรแดง

พอล พต (Pol Pot) เกิดเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 1925 ปกครองเขมรแดงในระหว่างปี 1975-1979 โดยใช้วิธีรุนแรง เพื่อปรับปรุงระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมพึ่งตนเอง รวมถึงการโดดเดี่ยวประเทศออกจากอิทธิพลต่างชาติ ปิดโรงเรียน โรงพยาบาล โรงงาน ยกเลิกระบบธนาคาร ระบบเงินตรา ยึดทรัพย์สินจากเอกชนทั้งหมด และจัดให้พวกที่ทำมาหากินอยู่ในเขตเมือง ออกไปทำงานในฟาร์มนอกเมือง

จนในที่สุด ในเดือนมกราคม 1979 เขมรฝ่ายที่เวียดนามหนุนหลังบุกเข้ายึดกรุงพนมเปญ พวกเขมรแดงหลบออกไปอยู่ที่พรมแดนไทย-กัมพูชา ขณะที่ระเบิดนับสิบล้านลูกถูกฝังอยู่ทั่วประเทศ ต่อมาพอลพตเข้าร่วมมือกับฝ่ายเจ้าสีหนุในปี 1982 จัดตั้งรัฐบาลผสมกัมพูชาธิปไตย (Coalition Government of Democratic Kampuchea: CGDK) จากนั้นนายเขียว สัมพัน ก็ขึ้นเป็นผู้นำแทนพอลพตในปี 1985 แต่เชื่อกันว่าพอลพตยังคงกุมอำนาจที่แท้จริง

ในปี 1991 กลุ่มต่างๆ ในเขมรลงนามสันติภาพขอให้มีการเลือกตั้งที่กำกับโดยสหประชาชาติ แต่แล้วเขมรแดงก็ปฏิเสธผลการเลือกตั้งที่จะได้รัฐบาลผสมในปี 1992 แม้ว่าจะเสียกำลังพลไปจำนวนมากแล้วก็ตาม การต่อสู้แย่งชิงอำนาจภายในกลุ่มเอง ในปี 1997 ทำให้พอลพตถูกขับออกไป ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตในเดือนเมษายนปี 1998 จากนั้นสมาชิกของเขมรแดงส่วนใหญ่ก็แตกสลาย บางส่วนประกาศยอมจำนนและถูกจับ

 
Why Hun Sen?

 

Source: Cambodia Home Heart & Soul | 11 Nov 2009

Source: Cambodia Home Heart & Soul | 12 Nov 2009 

 

 

  

 ศ.ดร.ปราโมทย์ นาครทรรพ

ว่าด้วย ฮุนเซน เขมรลูกเลี้ยงเวียดนาม

 

 

ลิลิตสยามพ่าย : ฮุนเซนประกาศชัยชนะ 

โดย ปราโมทย์ นาครทรรพ ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 กุมภาพันธ์ 2553 17:18 น.

       จงจำคำ เพื่อน ไซร้ สั่งสอน
       จงสมเด็จ สม พร เพื่อน ให้
       จงเรืองพระฤทธิรอน อริราช
       จงพ่อลุลาภได้ เผด็จด้าวแดนสยาม
       แปลงจาก ลิลิตตะเลงพ่าย
       
       โคลงข้างต้นนี้ มาจาก ลิลิตตะเลงพ่าย ซึ่งอยู่ในหลักสูตรบังคับ นักเรียนมัธยมปลายสมัยผมเรียน เป็นพรของพระเจ้ากรุงหงสาวดีให้พระมหาอุปราชก่อนยกกองทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาและพ่ายแพ้สมเด็จพระนเรศวรฯ
       
       ผมดัดแปลงเพียง 5 คำที่ขีดเส้นใต้ เป็นพรสมเด็จพระเจ้ามูลเมืองให้กับสมเด็จพระมหาเตโชแห่งกรุงพนมเปญ ในคราวยาตราทัพมาขับไล่กองทัพสยามตามคำประกาศวันที่ 5-6 กุมภาพันธ์ 2553
       
       ผมมิได้เขียนบทความนี้ขึ้นมาเยาะเย้ยเหยียบย่ำทหารอย่างที่บางคนกล่าวหา ตรงกันข้าม ผมสงสารทหารและเห็นใจกองทัพไทยจริงๆ ที่ถูกมัดมือมัดเท้าปิดปาก ผมเห็นใจและเข้าใจนักรบไทยที่หลั่งน้ำตารักชาติ แต่ผมก็มิได้เสนอว่าไทยต้องประกาศสงครามกับเขมรหรือยาตราทัพไปตัดหัวหลานพญาละแวกเอาเลือดล้างบาทา
       
       ในฐานะนักวิชาการ ผมได้ยินข้อเท็จจริงจากสนามและได้ตรวจสอบวิวัฒนาการความขัดแย้งระหว่างฮุนเซนกับไทยมาพอสมควร ผิดถูกอย่างไร อยากให้พี่น้องไทยร่วมพินิจพิเคราะห์ อย่าให้คนไทยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดมาโกหก ปกปิด บิดเบือน จนเราสติฟั่นเฝือ หลงไปเป็นเหยื่อของคนโลภและอริราชศัตรู
       
       ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่กรุงกัมพูชาสามารถใช้เทคโนโลยีสื่อสาร ประกาศชัยชนะไปทั่วโลก โดยใช้แผ่นดินไทยเป็นภูมิหลัง และผู้นำกองทัพไทย เอกอัครราชทูตไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดไทย เป็นตัวประกอบในฐานะแขกรับเชิญมาร่วมพิธีบวงสรวง เพื่อสาปแช่งราชอาณาจักรสยาม ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553
       
       การต่อสู้ครั้งนี้ เป็นสงครามไร้กำหนดหรือสงครามหลากรูปแบบ (Asymmetric Warfare) ที่ส่วนหนึ่งเป็นสงครามข่าวสาร ใช้อาวุธใหม่ๆ นานัปการ รวมทั้ง Google อันเป็น search engine หรืออภิมหาแหล่งข้อมูลทุกชนิดเหนือการควบคุมหรือยับยั้งของประเทศใดๆในโลก
       
       ผมสันนิษฐานว่า Google อาจซื้อหาจ้างวานได้ด้วยราคาสูงลิบลิ่ว
       
       ผมเล่าให้ท่านผู้อ่านฟังแล้ว ว่าก่อนเดินทางฮุนเซนโวยวาย Google ที่ใช้แผนที่ตามสนธิสัญญาเดิมระหว่างสยามกับฝรั่งเศสโดยใช้สันปันน้ำเป็นหลักปักปันเขตแดน ในกรณีนี้ ปราสาทเขาพระวิหารและปราสาทตาเมือนธมจะอยู่ในเขตแดนไทย
       
       แต่พอวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 google ก็เปลี่ยนแผนที่ ให้เป็นมาตรา 1: 200,000 ในกรณีนี้ ปราสาทตาเมือนธม ซึ่งอยู่ในจังหวัดสุรินทร์ได้ถูกเฉือนเข้าไปอยู่ในดินแดนเขมรทันที
       
       รวมทั้งปราสาทเล็กปราสาทน้อยและผืนดินชายขอบไล่ไปจนถึงหลักเขตแดนสุดท้ายหมายเลข 73 ที่ตำบลหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด ติดกับเกาะกงของเขมร ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นเชื้อสายไทย
       
       ผมขอเรียนว่า นี่เป็นเพียงหลักฐานในแผนที่ เปิดดูได้ทุกขณะตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ใดในโลก ถ้าหากท่านมีคอมพิวเตอร์ที่ต่ออินเทอร์เน็ตได้
       
       แต่หาได้หมายความว่าเราเสียดินแดนไปแล้วจริงๆ หรือเป็นการยืนยันกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองเหนือพื้นดินของประเทศใดไม่ วิธีตัดสินสิทธิดังกล่าวทำได้หลายอย่าง เช่น สงคราม ศาลโลก การเจรจา การใช้กำลังบุกเข้าไปยึดครอง การส่งประชาชนเข้าไปอยู่อาศัย ฯลฯ อย่างหลังนี้ ถ้าหากไทยมัวเฉยเป็นทองไม่รู้ร้อน หรือมีผู้นำทหารหรือผู้ว่าราชการฯ ที่มักได้สมคบกับเขมร เราก็จะเดือดร้อนเผชิญปัญหาที่แก้ยากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนที่ชายขอบบริเวณเขาพระวิหาร ที่ปล่อยให้เขมรเข้ามาอยู่หากิน หรือแม้กระทั่งสร้างวัดแก้วสิขาคีรีฯ เป็นต้น

       อธิบายแผนที่ เลข 1 ในวงกลมเล็กเหลือง คือ เขาพระวิหาร
       
       A สีดำ คือ ช่องสะงำ ที่ปักเขตชายแดนหมายเลจ 1 ติดช่องจอม ทางไปเล่นกาสิโนเขมร ถนน 2 ฝั่งเงินไทยสร้าง
       
       B ในวงกลมสีเขียว คือปราสาทตาเมือนธมในเขตกัมพูชา
       แถบเขียวข้างบนคือเขตวนอุทยานและป่าของไทย ซึ่งทหารเขมรเข้าไปตัดไม้ส่งนายทุนไทยเขมร และทางการไล่ไม่ให้คนไทยเข้า
       
       ช่องขาวใต้แถบเขียว พื้นที่เขมร ถ้าเราตั้งใจเฝ้าและดูทหารเขมรเคลื่อนไหวทำได้ง่ายทันที โดยไฮหรือโลเทค ยามและมือถือ
       
       ที่ผมพูดว่า หากรบวันนี้ ไทยคงแพ้เขมรผมหมายความเฉพาะวันที่ 6 กุมภาพันธ์เท่านั้น ผมพูดมาแล้วว่าแสนยานุภาพของกองทัพไทยเหนือเขมรอย่างเทียบไม่ติด ลำพังกองทัพอากาศก็ไม่ต้องไปทิ้งบอมบ์หรือเข้าไปสอยเครื่องบินของเขมรอะไรทำนองนั้น เพราะเขมรไม่มีเครื่องบินรบสักตัวเดียว แต่ไทยสามารถส่ง F 5 หรือ F 16 ไปถึงชายแดนเขาพระวิหารได้ภายใน 3-5 นาที สามารถสยบหรือป้องปรามข้าศึกตามยุทธศาสต์ deterrenceให้ข้าศึกเสียขวัญและสร้างความมั่นใจให้พี่น้องของเรา


       ข้อสำคัญ ผู้มีอิทธิพลในกองทัพทั้งอดีตและปัจจุบัน อย่าปล่อยให้แม่ทัพนายกองและทหารเลวเข้าไปมั่วสุมเล่นหัวและหากินกับทหารเขมร จนลืมไปว่าป่าชายแดนไทยมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ เราควรส่งครอบครัวทหารผ่านศึก ชาวไทยไร้ที่ทำกินและกำลังป้องกันหมู่บ้านเข้าไปตั้งภูมิลำเนาจึงจะถูก อย่าปล่อยให้เป็นเขตเปิดและเป็นใจให้เขมรเข้ามาแทรกได้ เพราะเห็นแก่เงินทองอามิสเล็กๆ น้อยๆ
       
       ในระดับประเทศ เราต้องวางยุทธศาสตร์ที่เป็นเอกภาพ ถึงแม้จะปรับเปลี่ยนยุทธวิธีให้ยืดหยุ่นตามสถานการณ์ก็ต้องหนักแน่น ไม่เสียหาย การปล่อยให้นายกรัฐมนตรีตกอยู่ในฐานะต้องตัดสินใจในภาวะวิกฤต 20 นาทีด้วยความเห็นและข้อมูลที่ขัดกันอาจผิดพลาดเป็นอันตราย
       
       ดีที่นายกรัฐมนตรีเป็นคนสุขุมรอบคอบไม่ขี้ตื่น และเดชะบุญที่คนไทยรักชาติ 300 คนแอบได้ยินคำบวงสรวงสาปแช่งสยามของฮุนเซน จึงปักหลักไม่ยอมให้ฮุนเซนขึ้นไปบวงสรวงที่ปราสาทตาเมือนธมได้เป็นแห่งที่สอง
       
       การเคลื่อนไหวแสดงความรักชาติอย่างเสรีและเข้มแข็งบนผืนแผ่นดินของตนเองแบบนี้ เป็นสิ่งที่รัฐบาลพึงเข้าใจและสนับสนุน มิใช่ขัดขวางบีบบังคับทั้งทางตรงทางอ้อม
       
       ในวันที่ 6-8 กุมภาพันธ์ 2553 หากสื่อเสรีของรัฐบาลนำภาพคณะผู้รักชาตินำโดยนายวีระ สมความคิด มาเผยแพร่ ก็จะเป็นประจักษ์พยานต่อชาวโลก ลดความน่าเชื่อถือการบวงสรวงของฮุนเซนซึ่งแพร่ไปทั่วโลกแต่ฝ่ายเดียว
       
       หากเรามีกองกำลังป้องกันหมู่บ้านที่เข้มแข็ง มีขบวนการคนไทยรักชาติที่เข้มแข็ง มีรัฐบาลที่เข้มแข็ง สามารถกำจัดคนไทยขายชาติได้ทันการณ์ โอกาสที่ฮุนเซนและทักษิณจะได้ยินลิลิตสยามพ่ายไม่ว่าจะเป็นที่สหประชาชาติ ที่ยูเนสโก ที่ศาลโลก ที่ปราสาทพระวิหาร หรือที่ปราสาทตาเมือนธม ก็คงจะเท่ากับศูนย์หรือไม่มีเลย

อย่าเสียทีพม่า อย่าเสียท่าเขมร

 

โดย ปราโมทย์ นาครทรรพ ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 กันยายน 2552 15:56 น.

       เมื่อวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2552 นี้ อดีตเอกอัครราชทูตสุรพงษ์ ชัยนาม มาเยี่ยมและบอกลาว่าจะไปวอชิงตัน ดี.ซี. แถมยังบอกฝากเรื่องห่วงหน้าห่วงหลังไว้ คือ เรื่องพม่ากับเขมร
       
       ผมอุตส่าห์เพลาการเขียนลงแล้ว ทำไมจึงจะต้องเป็นผมอีกหนอ
       
       ทูตสุรพงษ์บอกว่าได้ทำรายงานให้รัฐมนตรีต่างประเทศและรัฐบาลไปเรียบร้อยแล้ว
       
       เมื่อวันอังคารที่ 29 กันยายน 2552 ป.ป.ช.ชี้มูลว่ารัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช ผิดหรือไม่ที่ไปร่วมทำสัญญากับนายฮุนเซนโดยพลการ
       
       ถ้านายสมัครไม่ผิดเหมือนกับกล้ายางละก็ เรื่องจะยุ่งยากขึ้นแน่ๆ
       
       ดีไม่ดี อาจจะถึงกับเสียดินแดน
       
       ทุกวันนี้ รัฐบาลดีแต่พล่ามว่าไม่เสีย-ไม่เสียแต่ประชาชนส่วนใหญ่ชักจะไม่เชื่อรัฐบาลเสียแล้ว
       
       โดยเฉพาะผู้ที่รักชาติและมีข้อมูลที่พากันเดินทางไปพิสูจน์อธิปไตยของชาติในวันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา
       
       ทำไมจึงไม่อยากเชื่อ ก็เพราะรัฐบาลดีแต่พูด แต่ไม่เคยอธิบายเลยว่าทำไมจึงบอกว่าไม่เสีย หรือจะเอาคืนมาได้อย่างไร เมื่อใด
       
       ท่านทูตบอกว่า ที่สำคัญที่สุดรัฐบาลสมควรจะตอบด้วยการกระทำอันเป็นสัญลักษณ์มองเห็นได้ ว่าเรามีอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดน 4.6 ตารางกิโลเมตรที่เขมรดอดเข้ามาครอบครอง เช่น การชักธงไทยขึ้นเสาในอาณาบริเวณ ส่งเจ้าหน้าที่ต่างๆ ขึ้นไปปฏิบัติงาน เช่น นักอนุรักษ์ ตรวจคนเข้าเมือง หรือท่องเที่ยว เป็นต้น
       
       โดยในชั้นนี้อาจจะยังไม่ต้องใช้กำลังกวาดต้อนเขมรออกไปเลยก็ได้ และต้องปรามเขมรว่าถ้าขืนแตะต้องคนของเราจะต้องเจอดี พร้อมทั้งแสดงศักยภาพทางกำลังว่าสามารถจะกระทำตามที่ขู่ได้
       
       ในวันที่ 13 กันยายน เมื่อรัฐมนตรีกษิตขึ้นไปสำรวจพื้นที่นั้น เห็นในทีวีมีภาพธงชาติเขมรโบกสบัดอยู่ และถ้าเราปล่อยให้เขมรอ้างได้ว่าก่อนจะขึ้นไป รัฐมนตรีกษิตยังต้องขออนุญาตฝ่ายเขมรด้วย ก็ยิ่งจะแย่ แต่ผมไม่เชื่อว่ารัฐมนตรีกษิตจะทำอย่างนั้น
       
       ผมอยากตั้งข้อสังเกตว่าไม่นานหลังจากที่คณะของวีระ สมความคิดขึ้นไป และเจอภาพคนไทยด้วยกันเองขัดขวางและซุ่มโจมตี บริษัทน้ำมันอเมริกัน 2 บริษัทก็ไปประชุมแบ่งเนื้อที่ขุดเจาะสัมปทานกันกับรัฐบาลเขมรในกรุงพนมเปญ พร้อมกับข่าวว่าอีกไม่นานอเมริกันจะส่งเครื่องบินขับไล่มาช่วยฮุนเซน 20 ลำ
       
       ที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้มิใช่จะยุกองทัพอากาศให้เตรียมพร้อม หรือยุให้รัฐบาลไทยทำสงครามกับเขมร ลำพังกำลังทหารเขมรที่เบ่งอยู่แถวเขาพระวิหารนั้น ใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมงขี้คร้านจะวิ่งแจ้นมาเจรจา
       
       ผมเขียนมาถึงตอนนี้ก็หยุด กลับมาเขียนใหม่พุธที่ 30 เวลา 9 นาฬิกา คืนที่หยุดนั้น ได้ยินฮุนเซนประกาศอย่างโอหังว่า ได้สั่งทหารให้ยิงคนไทยทุกคน ไม่ว่าพลเรือนหรือทหารที่เข้าไปในที่ของของเขมร
       
       ถ้าไทยยังขืนยึกยักเรื่องนี้อยู่ก็อาจจะไม่มาประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนกับคู่เจรจา หรือถ้าอภิสิทธิ์ขืนเอาแผนที่ฉบับเดิมมาอ้างอีก ก็จะฉีกแผนที่ใส่หน้าอภิสิทธิ์ เช่นเดียวกับที่ทหารเขมรฉีกแผนที่ใส่หน้าผู้บัญชาการทหารสูงสุดไทยมาแล้ว
       
       แผนที่ที่ว่านี้ก็คือฉบับเดียวกับที่เขมรเคยรับแล้วในปี 2505 ภายหลังที่ศาลโลกตัดสิน แต่ทำไมในวันนี้เขมรจึงจองหองพองขนน่าเหยียบอย่างนี้
       
       คำตอบก็คือ ความอ่อนแอโลเลของรัฐบาลไทยทุกรัฐบาลที่งดเว้นไม่ทำในสิ่งที่ควรกระทำ และ/หรือกลับไปกระทำในสิ่งที่ไม่ควรกระทำ คือการร่วมมือกับผู้มีอำนาจทั้งไทยและเขมร เอาที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรนี้เป็นเครื่องมือต่อรองกับพื้นที่ในทะเลอันเป็นผลประโยชน์ส่วนบุคคล โดยหวังว่าจะโมเมเอาได้
       
       สำหรับรัฐบาลปัจจุบันก็ได้แต่อมพะนำ ไม่พูดหรือทำอะไรที่ชัดเจน อ้างแต่ว่าสัมพันธภาพระหว่างประเทศเพื่อนบ้านเป็นเรื่องละเอียดอ่อน มัวแต่เทียวไปเทียวมา ล.ก.ป.ฮุนเซน
       
       เมื่อประชาชนผู้รักชาติพากันขึ้นไปยืนยันอธิปไตยเหนือดินแดนของชาติ แทนที่จะยกย่องและถือโอกาสประกาศให้ฮุนเซนเข้าใจว่าพลังรักชาติที่แท้จริงของคนไทยนั้นใครก็ห้ามไม่อยู่ ก็กลับขู่ว่าใครทำผิดเรื่องปะทะกันก็จะว่าตามผิด ทั้งๆ ที่ไม่มีการปะทะมีแต่การซุ่มโจมตีจากพวกสมุนผู้ขายชาติ
       
       หากรัฐบาลนายสมัครไม่ขายชาติ กระดาษแผ่นเดียวจากรัฐบาลไทยไปบอกยูเนสโกว่าไทยจะขอเป็นผู้ร้องร่วมเรื่องเขาพระวิหารก็จบ บัดนี้ ป.ป.ช.ชี้มูลไปแล้วเมื่อวานนี้ว่านายสมัครกับนายนพดลกระทำผิดเอื้อประโยชน์ให้คุณพ่อฮุนเซน ส่วน ครม.โง่ทั้งคณะนั้นพ้นผิดเพราะไม่มีเจตนาและ ป.ป.ช.ยังไม่เข้าใจหลักประชาธิปไตยเรื่อง Collective Responsibility หรือความรับผิดชอบร่วมของ ครม.ก็ไม่เป็นไร แต่รัฐบาลต้องไปบอกยูเนสโกเดี๋ยวนี้ว่าทั้งศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครองและ ป.ป.ช. มีความเห็นเป็นอย่างเดียวกันว่า การกระทำของรัฐบาลสมัครเป็นโมฆะ รัฐบาลนี้จำเป็นต้องเชื่อฟัง
       
       เรื่องเขมรเบ่งคับทับคนไทยนี้ ผมว่าแก้ไม่ยาก ถ้าหากไทยไม่คว่ำบาตรโดยมาตรการเศรษฐกิจ เมื่อเขมรได้สำแดงแน่ชัดว่าต้องการรักษาสภาพ No War-No Peace คือไม่มีสงคราม-ไม่มีสันติภาพอย่างนี้ก็ดีแล้ว ปล่อยให้เขายิงเราลองดูสักนัดหนึ่งก่อน เราจะสามารถใช้เครื่องบินถล่มเลยทันที แล้วจึงค่อยเจรจากัน
       
       ไทยไม่ควรกลัวแต่ควรใช้คำตัดสินของศาลโลกปี 2505 ให้เป็นประโยชน์ เพราะเราเพียงถูกหลักกฎหมายปิดปากมิให้เรียกร้องตัวเขาพระวิหารเท่านั้น อาณาบริเวณต่างๆ ยังเป็นของไทยอยู่ถ้ายึดหลักสนธิสัญญากับฝรั่งเศสปี 1904 ที่เอาสันปันน้ำเป็นเขต
       
       หรือถ้าเขมรจะถือสิทธิเรียกร้องกลับไปถึงสมัยโบราณที่ตนและไทยยังไม่มีสภาพเป็นรัฐชาติ หรือ Nation State เช่นในปัจจุบัน เราก็จะได้ถือหลักให้คืนกลับไปสู่สถานภาพเดิม Status Quo Ante ล่าสุดก่อนที่จะมาเป็นรัฐชาติของเขมร โดยเอาเสียมเรียบ พระตะบองกับศรีโสภณคืนมาเสีย เอาไหม
       
       แต่ปัญหาที่ทูตสุรพงษ์ห่วงยิ่งกว่า น่าจะเป็นเรื่องพม่า เผด็จการทหารกำลังเตรียมการเลือกตั้งเพื่อจะสืบอำนาจต่อ มีความเป็นไปได้สูงที่พม่าจะสร้างสถานการณ์ชายแดนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้มือปืนรับจ้างและซากเดนอำนาจไทยเข้ามาลอบสังหารผู้นำกะเหรี่ยงทั้งหมดในอำเภอแม่สอด
       
       ถ้าไทยสมยอม เราจะเสียหายหนัก เป็นที่สังเกตทั่วโลกว่านอกจากจีน อินเดีย และรัสเซียที่ผลัดกันอุ้มพม่าแล้ว เพื่อนบ้านอารีคือไทยนี่แหละที่เป็นมิตรตัวจริงของเผด็จการพม่า เพราะผู้นำไทยเห็นแก่เงินและผลประโยชน์ เพื่อนบ้านอย่างพม่าและเขมรจึงเป็นหอกข้างแคร่อยู่อย่างทุกวันนี้
 

อ้ายฮุนเซน มันอวดดี

 

โดย ปราโมทย์ นาครทรรพ ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 ตุลาคม 2552 16:20 น.

 

       โปรดอย่าเปลี่ยนชื่อหัวข้างต้น ใครจะหวานเจี๊ยบกับฮุนเซนอย่างไร ก็ช่างมัน ถ้าใครอ่อนภาษาไทย จนแยกคำว่าอ้ายและไอ้ไม่ออก ก็ช่างหัวมัน ถ้าใครไม่รู้ว่ามันเป็นคำของบุพการี หรืออาม้าอากงที่เอ็นดูบุตรหลานทั้งหลายในประเทศไทย ก็ช่างหัวมันเถิดเหมือนกัน
       
       ถ้าฮุนเซนมันไม่รู้ว่าผมเมตตามันพอๆ กับทักษิณ บิ๊กจิ๋ว หรือเทพเทือก ก็ช่างหัวมันเถิดเหมือนกัน
       
       ผมได้ข่าวว่า ช่างหัวมันเป็นชื่อไร่ส่วนพระองค์ของในหลวงอยู่ที่จังหวัดเพชรบุรี
       
       ฮุนเซนสำคัญตัวถูก จึงกล้าอวดดี โดยเฉพาะกับพี่ไทย แต่หงอกับคุณพ่อเวียดนาม ก็เพราะมันมีดีจะอวด ไม่ว่าจะเป็นก๊าซในทะเล ที่ดินในเกาะกง ที่เช่าเป็นล้านๆไร่ โอกาสทางธุรกิจอีกมากมาย พี่ไทยล้วนน้ำลายหกทั้งนั้น
       
       นอกจากนั้นพี่ไทยเราเก่งนัก ทั้งขายตัว ขายคนอื่น และขายชาติ ไส้กี่ขดๆ ฮุนเซนก็รู้หมด
       
       มีผมคนเดียวเท่านั้นที่ฮุนเซนไม่รู้จัก แต่ผมรู้จักฮุนเซนตั้งแต่หัวเท่ากำปั้น นานๆพอกับที่ผมรู้จักอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศผู้โด่งดัง เพื่อนอุปถัมภ์ของเสี่ยพีรพล ติยะเกษม อีกหนึ่งคนดังของ 14 ตุลา ตั้งแต่ครั้งยังเป็นรองอธิบดีในกระทรวงการต่างประเทศของเวียดนาม
       
       ทำไมผมจะไม่รู้จัก เพราะทั้งเหงียน โก ธัค และฮุนเซนเป็นเด็กสร้างของเวียดนาม มิสเตอร์เรียนล่ามกระทรวงการต่างประเทศเวียดนามที่ทำหน้าที่แปลให้นายกรัฐมนตรีไทยหลายคนในอดีตโม้กับทูตไทยประจำเวียดนามแทนผมว่า ผมนี่ล่ะเป็นคนเดียวที่เดินทางไปไหนมาไหนในเวียดนามเหนือสมัยนั้นได้โดยไม่ต้องมีพาสปอร์ตวีซ่า
       
       ผมนั่งรถจากโฮจิมินห์ไปพนมเปญเดือนธันวาคม 1976 ตอนนั้น 3 ประเทศอินโดจีนปลดแอกอเมริกันได้ครบ 1 ปีพอดี แต่ไทยถอยหลังได้รัฐบาลเผด็จการ ธานินทร์ กรัยวิเชียร ไม่ถึง 3 เดือน
       
       ผมพบผู้นำเขมรแดงเกือบทุกคน นอกจากพล พต เลขาธิการใหญ่ประจำพนมเปญ คือแก้ว จันดา ซึ่งเป็นเขมรเชื้อสายไทย ขณะนั้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม บอกผมว่าเวียดนามได้เอาเฮง สัมริน กับฮุนเซนไปอุปถัมภ์แล้ว อีกไม่นานเขมรคงหนีไม่พ้นเงื้อมมือเวียดนาม ขอให้ผมช่วยเหลือเขมรที่เป็นพวกไทยต่อไปด้วยอย่าทอดทิ้ง
       
       ผมกลับเมืองไทยเกือบถูกรัฐบาลจับ แต่เพื่อนๆ ที่เป็นทูตมารับที่สนามบินไปกินข้าวกับพลเอกเกรียงศักดิ์ ซึ่งผมรู้จักมานาน คืนนั้นผมยังขอให้พลเอกเกรียงศักดิ์จัดคนไปซื้อใบยาสูบจากเขมรแดง เพราะเขากลัวเวียดนามจะมาฮุบไป ทั้งยังได้ขอให้พลเอกเกรียงศักดิ์หาทางช่วยเหลือนักศึกษาที่แตกเข้าป่าด้วย
       
       ผมนี่ล่ะ แนะนำฟามวันดงให้พลเอกเกรียงศักดิ์ ผมบอกลุงฟามไม่ให้ติดอาวุธนักศึกษา ผมว่าถ้าไทยเป็นประเทศคอมมิวนิสต์เมื่อใด เวียดนามจะซวย
       
       ผมเล่าให้พลเอกเกรียงศักดิ์ฟัง ตั้งแต่ยังมิได้เป็นนายกรัฐมนตรีว่า อีกหนึ่งปีเวียดนามจะส่งกองทัพเข้าไปขับไล่รัฐบาลเขมรแดงของพลพตเพื่อสถาปนาระบบเฮง สัมรินในกระเป๋าของเวียดนาม
       
       ในตอนนั้นฮุนเซนยังเป็นเด็กน้อย ที่ผู้สร้างเตรียมไว้จะให้ขึ้นมาดับรัศมีเฮงสัมริน เหมือนนัสเซอร์ทำกับนายพลเนกิ๊ปหัวหน้าปฏิวัติอียิปต์ยังไงยังงั้น ทำไมผมจะไม่รู้
       
       ในตอนนั้นนโยบายต่างประเทศไทยอยู่ในอุ้งมือกองทัพ ยังโอบอุ้มและช่วยเหลือเขมรแดงของพลพตจนสุดลิ่มทิ่มประตู เพราะฉวยโอกาสหากินกับจีนและอเมริกันได้ด้วย และหลงว่าสักวันหนึ่งเขมรแดงจะตีตื้น
       
       ในอินโดจีน ผมรู้จักเขมรน้อยที่สุด และไม่มีเวลาให้ แม้แต่เพื่อนผมจากยูเอ็นมาเป็นข้าหลวงใหญ่และเลขาธิการเอสแคป ใครๆ มายุให้ผมไปหากิน ผมก็ปฏิเสธและไม่เคยได้จากเขมรเลยสักสตางค์แดงเดียว ผมจึงมิได้เป็นหนี้บุญคุณอะไรกับเขมรแม้แต่นิดเดียว
       
       ผมเสียอีกมีบุญคุณกับเขมร เมื่อเขมรอดอยากแร้นแค้นแสนสาหัส เรือขนส่งพันธุ์ข้าวยูเอ็นจากฟิลิปปินส์ล่ม ไทยนอกจากใจดำแล้วยังโง่ ปล่อยให้สิงคโปร์กอบโกยเอาๆ ไม่ยอมขายตรง รัฐบาลเปรมหนึ่ง เด็กๆ เขมรกำลังจะอดตาย เพราะเวลาจำกัด ยูเอ็นจึงมาจัดซื้อข้าวเอง และขอร้องให้ผมเจรจากับรัฐบาล เจรจาอย่างไรรัฐบาลก็ไม่ยอมให้ส่ง ยกเว้นแต่จะให้ อตก.ภายใต้รมว.เกษตรบรรหารเป็นผู้ส่งทั้งๆ ที่ตนเองไม่มีข้าว ผมก็ได้พลตรีชวลิต ยงใจยุทธนี่แหละที่ช่วยเหลือส่งให้ ตอนนั้นบิกจิ๋วเป็นรองเจ้ากรมยุทธการทหารบก พลโทหาญ ลีนานนท์ เป็นเจ้ากรม เป็นลูกรับใช้ป๋าทางการเมืองทั้งคู่
       
       พ่อค้าเอาเงินไปสมนาคุณเป็นล้าน บิ๊กจิ๋วไม่ยอมรับ พลตรีสุดสาย หัสดินฯ สหายป๋ามาแซวผมว่า อาจารย์เสียท่าจิ๋ว มันขนให้อาจารย์สี่คันรถ แต่มันบวกของมันไปอีกสิบ
       
       ผมไม่รู้จะเชื่อใครดี แต่พลเอกชวลิตดีกับผมมาตลอด เมื่อตอนอายุจะครบปีที่ 68 พลเอกชวลิตบอกว่า อาจารย์ ผมจะเป็นนายกฯ นะ เมื่อไหร่อาจารย์จะมาช่วยผม อาจารย์ใจดำ ปล่อยให้ผมทำงานอยู่ในวงล้อมของคนแปลกหน้าพลเอกชวลิตไม่เคยพูดชั่วและทำชั่วให้ผมเห็นเลยสักครั้งเดียว และคอยจะช่วยผมให้รับใช้สังคมในเรื่องนั้นเรื่องนี้อยู่เสมอ อยากให้ผมเป็นโน่นเป็นนี่ แต่ผมเป็นคนวาสนาน้อย ไม่อยากเข้าใกล้บรรดาคนแปลกหน้าของพลเอกชวลิต จึงได้แต่ห่วงเพื่อนว่าคบพาลพาลพาไปหาผิด
       
       ทั้งทักษิณและฮุนเซนในสายตาของผมจะเป็นอื่นไม่ได้นอกจากคนพาล แต่ผมก็ไม่สามารถผสมโรงด่าพลเอกชวลิตได้ในครั้งนี้ ได้แต่ภาวนาให้พลเอกชวลิตเป็นฝ่ายใช้ทักษิณและฮุนเซน อย่าให้สลับกลับกัน
       
       ผมได้สนองเจตนารมณ์ของแก้ว จันดา โดยหาทุนสหภาพครูญี่ปุ่นมาให้ครูใหญ่โรงเรียนฝึกหัดครูของเขมรทั้ง 20 แห่ง ได้มีโอกาสเข้ามาเรียนที่ราชภัฏบุรีรัมย์ทุกคน เขาจะได้รู้จักและสืบต่อสายสัมพันธ์กับไทยไว้บ้าง ไม่ทำตัวอวดดีเหมือนกับฮุนเซน
       
       การที่อ้ายฮุนเซนเลือกมางานเปิดอาเซียนไม่ทัน ประกาศจะสร้างบ้านให้ทักษิณอยู่ ตั้งเป็นที่ปรึกษา ไม่ยอมส่งตัวฯ รักทักษิณเหมือนคนเสื้อแดงหลายล้าน ไม่ได้แทรกแซงการเมืองภายในของไทย แต่ทักษิณถูกลงโทษการเมืองอย่างไร้ยุติธรรม หากทหารไม่ยึดอำนาจ 19 กันยายน 2549 ทุกอย่างจะดีหมด ฯลฯ อย่างนี้ เรียกว่า เป็นแขกที่ไร้มารยาทขาดกาลเทศะ อย่างแรง เอาความเท็จมาปั้น อีดี้ อามินแห่งยูกันด้ายังไง ฮุนเซน ก็ยังงั้น
       
       ทูตสุรพงษ์ ชัยนามให้สัมภาษณ์ว่า นี่เท่ากับรับจ็อบมาล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์ตอกลิ่มให้ไทยแตกกัน เพื่อเร่งทักษิณได้กลับ ถึงทักษิณจะกลับไม่ได้ก็ไม่เป็นไร รัฐบาลนี้ไม่มีน้ำยา จะถ่มถุยเตะถีบยังไงก็ได้ ถ้าทักษิณมาได้ก็ได้กำไรสองต่อ ท่านทูตห่วงว่าคนไทยที่รักชาติและพันธมิตรฯ จะกลายเป็นแนวร่วมมุมกลับให้นรกเสื้อแดง เพราะหลงกลโกรธแค้นฮุนเซน
       
       ผมว่า เรามารู้ทัน ว่าทำไมฮุนเซนจึงอวดดีจะดีกว่า
       
       1. เพราะฮุนเซนฉลาดกว่ารู้จักการเมืองไทยและผู้นำไทยดี อ่านได้ทะลุปรุโปร่ง ในขณะที่ไทยเราน้อยคนนักจะศึกษาหรือรู้จักฮุนเซนดี นึกว่ามันเป็นคนบ้านนอกไร้การศึกษา บ้าอำนาจและหิวเงิน คอยเอาเหยื่อเข้าล่อ หารู้ไม่ว่าฮุนเซนเห็นชาติเขาเป็นใหญ่ ถ้าได้ประโยชน์จึงยอมตามน้ำด้วย แต่ของไทยกลับตรงกันข้าม
       
       2. ได้ครูดีคือเป็นศิษย์รัก-ศิษย์แค้นของสีหนุ เจ้าตำรับนกสองหัว-จอมตีสองหน้า เดี๋ยวนี้เก่งกว่าครู สีหนุปลงตก บ่นอยากตายแล้ว ฝากอนาคตของชาติและของลูกไว้กับฮุนเซน สอนลูกไม้ถล่มไทยให้ฮุนเซนหมด
       
       3. ฮุนเซนรู้ว่าคนไทยแตกกัน และยุให้แตกกันได้ง่าย รัฐบาลและสภาของไทยไม่มีน้ำยา เอาอามิสและผลประโยชน์เข้าล่อ มีสายอยู่ตลอด
       
       4. คนไทยโง่ แม้กระทั่งกระทรวงการต่างประเทศยังขู่กันเองว่ากลัวจะขึ้นศาลโลกอีกบ้าง ถูกฟ้องคณะมนตรีความมั่นคงบ้าง เหลวไหลไร้สาระ สื่อ สภาไทยและประชาชน ไม่รู้ข้อมูลว่าตั้งแต่ตั้งมา ยูเอ็นรับเรื่องสองประเทศตีกันไม่ได้ มันขัดกฎบัตร ถ้ารับยูเอ็นล่มไปนานแล้ว
       
       พี่น้องไทยเอ๋ย อย่าแตกกันเอง อย่าหลงกลหลานพญาละแวก บุพการีไอ้เจ้ามูลเมืองเลย
       
       รัฐบาลต้องกล้าทำสิ่งง่ายๆ เช่น แจ้งขอร่วมเป็นเจ้าภาพกับเขมรไม่ทัน ก็แจ้งไปว่าบัดนี้ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ และป.ป.ช.ของเราได้วินิจฉัยไปว่าอย่างไร ประชาชนของเรารวมทั้งเพื่อนบ้านกำลังเผชิญหน้าตึงเครียดกันจวนจะเกิดสงครามการเมืองและสงครามเพื่อนบ้านอยู่แล้วก็เพราะยูเนสโก
       
       ถ้ายูเนสโกพูดไม่รู้เรื่อง ก็ดูตัวอย่างสิงคโปร์ อเมริกา และอังกฤษที่เคยลาออกจากยูเนสโกไปทั้งนั้น ไม่เห็นจะแปลกหรือน่ากลัวอะไร
       
       
ที่น่าแปลกและน่ากลัวยิ่งกว่า คือ อ้ายฮุนเซน มันอวดดี เพราะมันรักชาติ
       
       ในขณะที่ไอ้ผู้นำไทยมันไม่กล้าอวดดี เพราะมันถือคติ ชาติฉิบหายไม่ว่า ขอให้ข้าได้เงิน

ทักษิณช่วยฮุนเซนเผาสถานทูตไทย

 

โดย ปราโมทย์ นาครทรรพที่มา : ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 15 พฤศจิกายน 2552 13:51 น.

 
       ในวันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายนนี้ ผมไม่สามารถไปร่วมกับพี่น้องชาวไทยทุกหมู่เหล่าที่รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ที่ชุมนุมสำแดงพลังสามัคคีประณามคัดค้านที่ทักษิณขายชาติให้ทรราชเขมร
       
        ผมขออวยพรให้การชุมนุมราบรื่นได้ผลสมหวัง ขอมีส่วนร่วมด้วยการให้ข้อคิดและข้อมูลบางอย่าง ดังนี้
       
       คาถาของพระเจ้าอยู่หัว “ชาวไทยได้พิสูจน์แล้วว่าเราเป็นวีรบุรุษ เราต้องประพฤติตนเป็นสุภาพบุรุษสมกับความเป็นวีรบุรุษ อย่าทำตัวเป็นกุ๋ยหรือนักเลงโต” (เหมือนเขมร..คำนี้ผมอธิบาย ในหลวงมิได้ตรัส) พระราชดำรัสผ่านราชเลขาธิการ วันที่ 30 มกราคม 2546 ถึงผู้ชุมนุมหลายพันคนหน้าสถานทูตกัมพูชา กรุงเทพฯ ที่ประท้วงการจลาจลเผาสถานทูตและธุรกิจไทยในพนมเปญ
       
        ปรากฏว่า ทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุมช่วยกันปกปักรักษาสถานทูตเขมรเป็นอย่างดี ต่างกับเหตุการณ์ในพนมเปญฟ้ากับดิน
       
        ขอให้ผู้ที่มาชุมนุมวันนี้รำลึกถึงพระราชดำรัส และปฏิบัติตาม อย่าหลงกลสองเกลออุบาทว์ที่ใช้ชาติเป็นเครื่องมือเพื่ออำนาจและผลประโยชน์ของตนเองและพรรคพวก ไม่แยแสว่าอาจจะบานปลายเกิดสงครามได้
       
        ย่อเรื่องใครช่วยเขมรฮุนเซนเผาสถานทูตไทย
       
        1. ในวันที่ 28 มกราคม 2546 ความโกรธและการกระพือข่าวว่านางเอกยอดนิยมไทย (ในเขมร) บอกว่าจะไม่ไปเขมรอีกจนกว่าไทยจะได้เขาพระวิหารคืน ทำให้ชาตินิยมเขมรเลือดขึ้นหน้า นักเลงนอกเครื่องแบบและกุ๋ยเขมรเกือบพันพากันเข้าถล่มเผาสถานทูตและธุรกิจไทยอีก 5 แห่งโดยปราศจากการคุ้มครองของใดๆ ของรัฐเขมรแม้แต่น้อย
       

        กระแสข่าวอ้างว่าฮุนเซนอยู่เบื้องหลัง (Hun Sen behind the rioting? Khmer Intelligence, a shadowy anti-Hun Sen information and rumor reporting site, claims: Hun Sen was behind yesterday’s violent anti-Thai demonstrations(2) After delivering inflammatory speeches broadcast on the national radio and television to exacerbate nationalistic and anti-Thai feelings following an alleged insult to the Cambodian people by a Thai actress, Prime Minister Hun Sen decided to organize yesterday’s anti-Thai demonstrations in Phnom Penh, which turned violent.) ด้วยการกระพือข่าวและจัดม็อบเอง ตรงกับข่าวกรองสิงคโปร์ว่า รมว.กลาโหมและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ Hok Lundy นั่งดูเหตุการณ์อยู่ด้วยกัน ณ ที่ทำการพรรคฮุนเซนห่างจากสถานทูตไทยเพียง 500 เมตรและสั่งมิให้ตำรวจยิงหรือขัดขวางผู้ก่อจลาจล Hok Lundy เฮลิคอปเตอร์ตกตายในปี 2541 นสพ. Guardianของอังกฤษ ลงว่า Diplomats in Phnom Penh routinely referred to Hok Lundy as a “thug”. This reputation was further enhanced by his role in the burning of the Thai embassy in January 2003. The police chief, who was normally no fan of demonstrators, had permitted anti-Thai protestors to run riot, attacking Thai-owned properties all over Phnom Penh. In the aftermath of this violence he persuaded the prime minister to sack the capital's popular governor, his arch-rival Chea Sophara, as a scapegoat
       

        ฮุน เซน ออกอากาศประณามไทยและใส่ร้ายในวันพุธก่อนเกิดเหตุหนึ่งวัน และ Hok Lundy นำนสพ.ใส่ความดาราสาวไทยมาอัดให้มอเตอร์ไซค์นำไปแจกจ่ายทั่วเมือง รวมทั้งพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงเพื่อเอาไว้ให้จลาจลเหยียบย่ำด้วย


 

       2. ทรัพย์สินไทยที่ถูกเผาและทำลายเสียหายในวันที่ 28 มกราคม 2546คือสถานทูตและทำเนียบเอกอัครราชทูต the Royal Phnom Penh Hotel บริษัทสามารถเทเลคอม MPP Corp ทีวี 5 และแคมบอเดียชินวัตร
       
       3. ผู้รับจะจ่ายชดใช้ค่าเสียหาย และผู้จ่ายค่าเสียหายตัวจริง รัฐบาลฮุนเซนแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งและสัญญาจะชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด ข้อเท็จจริง รัฐบาลของทักษิณควักกระเป๋าจ่ายแทน ผมจำตัวเลขไม่ได้ แต่จำได้ว่า แคมบอเดียชินวัตร ของทักษิณได้รับ 21 ล้านดอลลาร์
       
        4. ผู้ได้รับผลพลอยได้ทางอ้อมในเขมร คือฮุนเซน ที่ชนะเลือกตั้งขาดลอย ชื่อเสียงพุ่งกระฉูดเพราะสามารถปราบทุนสามานย์และรัฐไทย แถมปลดผู้ว่าฯ พนมเปญฐานบกพร่องต่อหน้าที่ปล่อยให้เกิดจลาจล ฉวยโอกาสตั้งสมุนของตนขึ้นแทน
       
        5. ผู้ได้รับผลพลอยได้ทางอ้อมในไทยคือทักษิณที่ส่งเครื่องบินไปรับคนไทยทันท่วงที ประกาศขู่เขมรฟ่อๆ เรียกร้องค่าเสียหายและความรับผิดชอบสูงสุดจากกัมพูชา ทำให้คะแนนพุ่งกระฉูด เกิดภาพลักษณ์ว่าเป็นผู้นำที่เด็ดขาดในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน (แต่ไม่รู้อะไรทำให้ใจอ่อนปวกเปียกใช้หนี้ค่าเสียหายแทนฮุนเซนได้)
       
        6. ข่าวลือหรือข่าวกรอง จากสำนักข่าวกรองฝรั่งและชาวกัมพูชาที่รักความจริง จริงเท็จอยู่ที่ข่าว เขาว่า เหตุการณ์จลาจลแอนตี้ประเทศไทยนั้นเป็นการจัดฉาก โดยมีผู้แอบเห็นว่าลูกจ้างของบริษัทชินได้แอบขนย้ายเอกสารและหนังสือสำคัญออกไปก่อน และพากันไปอยู่ในที่ตั้งมั่นที่ปลอดภัย ใครจะแอบได้ยินหรือมีข้อตกลงกันระหว่างฮุนเซนกับทักษิณหรือเปล่าไม่ทราบ ว่าฝ่ายหนึ่งจะสอนวิธีครองอำนาจเกิน 25 ปี และอีกฝ่ายหนึ่งจะสอนวิธีหาความมั่งคั่งจากสมบัติของประเทศเอาไว้ใช้ชั่วลูกหลาน100ชาติก็ไม่หมด แต่มีเอกสารอ้างอิงว่า หากไม่มีเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้น บริษัทบางบริษัทจะต้องสูญเสียสัมปทานให้กับคู่แข่ง และไม่มีวิธีอื่นที่แนบเนียนเท่านี้ แถมมีผลพลอยได้เกินคาดอีกด้วย

       
        โปรดอ่านข่าวลือหรือข่าวกรองภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน
       
       February 4, 2003
       

        This is 'Reliable': A financial dispute might have contributed to last week’s anti-Thai riots (3) - The January 29 violent anti-Thai demonstrations in Phnom Penh might have been trigged also by a financial dispute between the two largest Thai petroleum companies vying for a multi-billion contract with the Cambodian government covering the joint exploitation of and sharing of revenues from promising oil and gas fields in the overlapping zones in the Gulf of Thailand claimed by both countries. Each one of the two companies has its supporters in high political spheres both in Thailand and Cambodia. One of them was due to sign a historic contract with the Phnom Penh government last week. In order to prevent the signing of the contract and preserve a chance to reverse the situation in its favor, the other company felt it had no alternative but to create a political and diplomatic crisis between the two countries by pushing its political supporters in Cambodia to organize last week’s riots. Mission accomplished.
       
        7. ผู้เสียประโยชน์ที่แท้จริงคือประชาชนและประเทศไทย เขมรก็เช่นเดียวกัน ฝ่ายค้าน สถาบันกษัตริย์ เสรีภาพและสิทธิมนุษยชนถูกฮุนเซน สยบราบเรียบ เปิดทางให้ฮุนเซน และพวกโคตรโกงและโกงทั้งโคตรไล่ล่ามหาสมบัติและอำนาจรัฐอย่างลำพองใจ โปรดอ่านรายงาน 2 เล่มของ Global Witness เรื่อง Country For Sale กับ Hun Sen Family Tree
       
        ตอนหน้า : ย่อเรื่องฮุนเซนช่วยทักษิณเผาประเทศไทย

 

 

เมื่อฮุนเซนช่วยทักษิณเผาประเทศไทย

 

โดย ปราโมทย์ นาครทรรพที่มา : ASTV ผู้จัดการออนไลน์19 พฤศจิกายน 2552 14:06 น.

ทักษิณตอแหลว่าหลบหลีกไอพ่นไทยที่ประกบจับแทบตาย ถ้าจริงก็คงดี หากไม่ได้ขออนุญาตบินเข้าน่านฟ้าไทย กองทัพอากาศมีหน้าที่ประกบจับโดยไม่ต้องคอยคำสั่งผู้ใดทั้งสิ้น ในน่านฟ้าสากล ก็จับได้อีก ถ้ารัฐบาลสั่ง
       
       คนที่พลอยซวยคราวนี้ คือ นายศิวรักษ์ โชติพงษ์ วิศวกรไทยที่ถูกยัดข้อหาจารกรรมขโมยแผนการบินทักษิณ ถ้านายศิวรักษ์เป็นยิวละก้อสบายใจได้ รัฐบาลเขาไม่มีทอดหุ่ย ปล่อยให้ตกเป็นแพะบูชายัญ
       
       รัฐบาลควรจะสวมหัวใจสิงห์เหมือนรัฐบาลอิสราเอล ที่ถือว่าทรัพย์สินและทุกชีวิตของอิสราเอลเป็นของศักดิ์สิทธิ์ การชิงตัวชาวอิสราเอลที่ถูกไฮแจ็กกลางอากาศไปลงที่สนามบิน Entebbe ของยูกันดาเช้าวันที่ 4 ก.ค. 2519 The Entebbe Rescue หรือ Operation Thunderbolt เป็นตำนานอันลือเลื่อง
       
       คนที่จะพลอยซวยและสมน้ำหน้า คือ เสธ.แดง และบรรดา ส.ส.หนีสภาและหน้าที่ ไปกราบเท้าทักษิณและฮุนเซน
       
       โดยหลักกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ถ้าสภาหรือรัฐบาลมีน้ำยาจะต้องลงมติขับ ส.ส.เหล่านี้ออกจากสมาชิกภาพโดยไม่ชักช้า
       
       ส.ส.ชุดนี้ไม่เคยออกกฎหมายสักฉบับเดียว นอกจาก พ.ร.บ.งบประมาณ เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และทำลายสถาบันนิติบัญญัติอย่างชัดแจ้ง น่าจะนำเรื่องขึ้นสู่ศาลปกครอง ทำการขับออก หรือเรียกเงินเดือนคืน
       

       การกระทำ “ชั่วเกินจินตนาการ! นักวิชาการอัด 'แม้ว' เผาชาติคบคิดเขมร” ที่ไทยโพสต์สรุปไว้ยังไม่จบ เราไม่ควรประมาทหมาจนตรอก ผมขอเสนอข้อคิดและข้อมูล ส่วนใหญ่เป็นการข่าวต่างประเทศ ดังนี้
       
       1. ในอดีตกษัตริย์ไทยเคยเอาอำมาตย์เขมรมาชุบเลี้ยง เพื่อให้กลับไปชิงบัลลังก์คืน ทำไมกสัตว์ฮุนเซนจึงจะเอามหาอำมาตน์ทักษิณมาชุบเลี้ยงเพื่อให้กลับไปชิงเมืองไทยคืนไม่ได้
       
       2. แต่เจ้าหรืออำมาตย์เขมรมิได้กระทำการ “สาวไส้ให้กากิน” หรือ “ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน” เหมือนทักษิณ
       
       3. ทักษิณกับฮุนเซน ใครหลอกใคร ฮุนเซนเป็นผู้เสนอตั้งทักษิณ หรือทักษิณเป็นคนตื๊อให้ฮุนเซนตั้ง ฟังข่าวกรองว่าทักษิณกำลังตื๊อพม่า ฟิลิปปินส์ และบางมณฑลของจีนให้ตั้งตนอยู่ น่าจะเชื่อว่าอย่างหลัง แต่คาดว่าคงไม่มีใครทื่อเท่าฮุนเซน


       4. ไหนว่าฮุนเซนฉลาด ปี๊บตีดังสนั่นอยู่ว่า ฮุนเซนเป็นยอดอัจฉริยะ ฉลาดกว่าผู้นำไทยทุกๆ คนรวมกัน Hun Sen is a shrewd politician and he is smarter than all current Thai politicians combined. He well correctly read Thai political situation and now he is rubbing salt when he sees wound on Thailand. เขาอ่านสถานการณ์การเมืองไทยแตก เมื่อเขาเห็นเมืองไทยเป็นแผลปลิ จึงฉวยโอกาสเอาเกลือเข้าไปขยี้ทาซ้ำ
       
       5. ถ้าฮุนเซนเป็นคนฉลาดจริง การโล้งเล้งที่ชะอำก็ดี การประกาศตั้งและการต้อนรับทักษิณก็ดี ล้วนแต่โง่เง่าเต่านาป่าเถื่อนในสายตานานาอารยประเทศทั้งสิ้น ฮุนเซนทำได้อย่างไร เหตุผลหนึ่งก็เพราะเขาเป็นคนมีพื้นฐานต่ำ แต่ภายในเขมรเองหาได้มองดังนั้นไม่ เขามองว่า เหตุที่ฮุนเซนแทบเทกระเป๋าแทงก็เพราะเชื่อว่าทักษิณจะได้กลับมาครองประเทศไทย แต่ถ้าทักษิณล้ม ฮุนเซนก็ไม่เสียอะไร ความต้องการขั้นต้นของเขาก็แค่จะให้เมืองไทยดูสะเหล่อในสายตานานาชาติเท่านั้น และแค่นั้นเขาก็ทำสำเร็จแล้ว (Some pundits argue that by using Thaksin as a Trojan Horse, Mr Hun Sen is banking heavily on the former PM's ability to come back and rule. If not, if Thaksin should stumble along the way, Mr Hun Sen has nothing to lose, either. His immediate goal is to make Thailand look bad in the eyes of international observers. Whether this is good or bad, right or wrong, that goal has been met.)
       

       6. ผมอยากเห็นคนไทยยึดมั่นคาถาของพระเจ้าอยู่หัวมีพรหมวิหารสี่และสัมมาทิฐิ อย่าตอกย้ำประวัติศาสตร์ที่ขมขื่น เช่น เรื่องพญาละแวกหรือเขมรลิ้นสองแฉก ชาติไหนก็มีทั้งคนดีคนเลวทั้งนั้น ฮุนเซนอาจจะเป็นคนดีในสายตาเขมร เพราะเขารักและกอบโกยให้กับประเทศ ทักษิณมีบุญคุณกับฮุนเซนมาก่อนทั้งคู่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี ผู้ใกล้ชิดคลุกคลีกับบุคคลทั้งสองเล่าให้ผมฟังว่า ถ้าคนของชินวัตรไม่ไปแอบต่อเสาอากาศสหประชาชาติให้ฮุนเซน ออกทีวีหาเสียงได้ในช่วง 7 วันสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งแรก วันนี้ก็จะไม่มีฮุนเซน
       
       7. ฮุนเซนเป็นเด็กบ้านนอก ความรู้ไม่จบประถม 4 จึงทึ่งที่ทักษิณเป็นเจ้าเทคโนโลยีสื่อสาร และทึ่งในความก้าวหน้าด้านต่างๆ ของไทย ฮุนเซนพยายามถ่ายทอดตำราจากทักษิณ เรื่องการทำไปกินไป และการกางตาข่ายสวาปามให้ตนเองในขณะที่สร้างความทันสมัยให้กับบ้านเมืองด้วย ถ้าทักษิณกินทุกอย่าง ฮุนเซนก็กินทุกอย่าง
       
       8. วงวิเคราะห์ในเขมรเชื่อว่าสักวันหนึ่งฮุนเซน จะต้องเบี้ยวเวียดนามตามสุภาษิตเขมรที่ว่า “เมื่องานสำเร็จแล้ว เจ้าก็ไม่มีประโยชน์สำหรับเราต่อไป” Khmer proverb said “whenever all tasks are successful, you are not useful to me any more” แต่จริงๆ แล้ว ฮุนเซนน่าจะเป็นโคถึกของเวียดนามมากกว่า เพื่อความอยู่รอดเขาจึงต้องพยายามตอกลิ่มความสัมพันธ์ไทย-เวียดนามอย่างสุดความสามารถ การเชิญทักษิณมาครั้งนี้ หนึ่งในวาระของฮุนเซนก็คือทำอย่างไรจึงจะรับมือหรือกีดกันเวียดนามจากผลประโยชน์อันมหาศาลในท้องทะเลได้
       
       9. อีกอย่าง ฮุนเซนต้องการเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนเขมรออกจากเวียดนาม เพราะฮุนเซนเพิ่งลงนามสนธิสัญญาที่ชาวเขมรประท้วงว่าเป็นการยกดินแดนเขมรให้กับเวียดนาม มีข่าวว่ากษัตริย์สีหมุนีซึ่งธรรมดามักอยู่ในโอวาทฮุนเซนก็ร่วมประท้วงไม่ลงพระปรมาภิไธยด้วยเช่นกัน (The King has said he would not endorse the treaty with Vietnam and, if out of the country, he would not allow acting Head of State Chea Sim to sign on his behalf )
       

       10. ถามว่า ทักษิณกับฮุนเซน ใครเป็นนักเรียนของใครในเรื่อง “ให้กษัตริย์เป็นเพียงสัญลักษณ์” เห็นจะต้องยกให้ฮุนเซน ว่ามาก่อนและใช้ทฤษฎีนี้อย่างกว้างขวาง การปฏิเสธไม่ส่งทักษิณ ฮุนเซนอ้างด้วยว่าเพราะพระเจ้าสีหมุนีทรงแต่งตั้ง apointment was approved by the Cambodian king. ในขณะที่ฮุนเซนเหยียดหยามคำพิพากษาในพระปรมาภิไธยของศาลไทย บารมีของกษัตริย์สีหนุสร้างและคุ้มบัลลังก์ให้ฮุนเซนจนมั่นคง กระทั่งวันนี้กษัตริย์สีหนุทรงบ่นอยากตาย ยอมให้อนาคตของประเทศและราชวงศ์ตกอยู่ใต้กำมือของฮุนเซน
       
       11. เขมรกำลังจะเป็นมหาเศรษฐีน้ำมัน ฮุนเซนน่าจะตระหนักดีว่าตนและคนเขมร ไม่มีวิทยายุทธ์พอที่รับมือบริษัทข้ามชาติทุนนิยมสามานย์ระนาบเดียวกับทักษิณ อนึ่งผลประโยชน์ที่ทั้งคู่จะได้จาก Chevron อย่างมหาศาลก็จะต้องคอยจนกระทั่งถึงปี 2557-2559 ทั้งคู่อาจจะชวดก็ได้ถ้าไม่มีอำนาจรัฐอยู่ในมือ
       

       12. ใน “อย่าเสียทีพม่า-อย่าเสียท่าเขมร” กับ “อ้ายฮุนเซน มันอวดดี” ผมบอกแล้วว่าผมส่งความรู้เรื่องเขมรเข้าหม้อหมดแล้ว ตอนที่ผมร่วมโต๊ะเสวยสองต่อสองกับกษัตริย์เขมรที่โรงแรมรัตนโกสินทร์และเป็นแขกของผู้นำเขมรแดงในกรุงพนมเปญปี 2521 นั้น ฮุนเซนเพิ่งนมแตกพานมาได้ไม่กี่ปี
       
       แต่ผมตกใจสุดขีดที่เมืองไทยทุกวันนี้จะหาผู้รู้จริงเรื่องเขมรแทบไม่มีเลย ผมดีใจที่ ดร.จอย นักวิชาการไทยในสหรัฐฯ นำหนังสือหนึ่งในสองที่ผมอ้างคือ Country for Sale มาเผยแพร่ ในนั้นมีข้อมูล สถิติและการวิเคราะห์ที่น่าสนใจยิ่ง โดยเฉพาะในหน้า 2 และ 9 ศัตรูผู้ยิ่งใหญ่ที่จะขัดขวางความเจริญของเขมรมิใช่ใคร คือ Kleptocracy และ Shadow stateของเขมรเอง
       
       Kleptocracy แปลว่าการปกครองที่รัฐบาลคอร์รัปชันและปล้นเงินหลวงไปบำเรอตนเองและพวกพ้อง Klepto แปลว่าขโมยติดสันดาน
       Shadow State คือประเทศที่อำนาจรัฐถูกใช้โดยคณะบุคคลเพื่อความมั่นคงและร่ำรวยส่วนตัวและบริวาร กลไกของรัฐถูกครอบงำ แทรกแซง และนำมาใช้เพื่อประโยชน์ดังกล่าว ในกองทัพ ตำรวจและศาลากลางล้วนมีตัวรัฐหรือบุคลากรซ้อนของผู้เป็นหัวหน้าทั้งสิ้น
       
       ท่านผู้อ่านที่เคารพ ถ้าฟังแล้วไม่เหมือนเมืองไทยยุคทักษิณก็คงโล่งใจ แต่ถ้าเหมือน พวกเราจงอย่านอนใจหรือประมาทอยู่เลย
       
       จงช่วยกันจับโจรเผาบ้านเถิด แต่ระวังอย่าเผาบ้านจับโจรเลย

 

  จัดการกับฮุนเซนเรื่องเขาพระวิหาร    

รายการสภาท่าพระอาทิตย์ วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553

โดย  1.  อ.ปราโมทย์  นาครทรรพ   นักวิชาการอาวุโส และ อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

        2.  อ.ไพศาล  พืชมงคล   นักกฏหมาย และ อดีตวุฒิสมาชิก

 
  
 

ฮุนเซนกระทืบแผ่นดินไทย :   

บทเรียนจากข่าว และความจริง

7 กุมภาพันธ์ 2553

       “Ye shall know the Truth, And the Truth shall make you angry!

       ท่านควรจะรู้ความจริง และความจริงนั้นจะทำให้ท่านโกรธ

      

                                           Aldous Huxley

      

       ท่านผู้อ่านที่เคารพ คำถามที่พวกเราควรจะถามก็คือ ทำไมเราจึงไม่รู้ความจริง ทำอย่างไรเราจึงจะรู้ความจริง เมื่อรู้แล้วเราควรจะโกรธหรือไม่ ถ้าโกรธเราจะแก้ไขอะไรได้ ถ้าเราไม่โกรธแต่อยู่เฉยๆ เราจะได้หรือเสียอะไร

      

       ข่าวไม่เป็นมงคลเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์นี้ เห็นจะไม่มีอะไรเกินข่าวตัวซวยมาเยี่ยมเขาวิหาร และจะเข้ามาเยี่ยมพื้นที่ทับซ้อนที่ต้องขึ้นทางเขตไทย รวมทั้งปราสาทที่จังหวัดสุรินทร์ ที่ยังไม่เกิดปัญหาที่ทับซ้อน แต่เขมรหมายตาไว้ หากสามารถบังคับแผนที่อัตราส่วน 1 : 200,000 ได้

      

       แผนที่ 1 : 200,000 นี้เป็นเหตุให้เขมรประท้วง google เพราะ google ดันไปใช้สันปันน้ำเป็นเขตแบ่งพรมแดนไทยเขมร ตามสนธิสัญญาระหว่างไทยกับฝรั่งเศส

      

       Google เป็นบริษัทและระบบสนเทศค้นหาข้อมูลทุกอย่างในโลกฟรี รวมทั้งแผนที่ดาวเทียมทุกตารางนิ้วในโลก แผนที่ google นอกจากจะทำให้ฮุนเซนโกรธแล้ว วันข้างหน้าอาจจะทำให้รัฐมนตรีและอธิบดีไทยติดคุก ฐานทำแผนที่ดิจิตอลซ้ำและแพงกระทรวงละ 2-3 พันล้านบาทขึ้นไปหลายกระทรวง ทั้งๆ ที่มีแผนที่ และข้อมูลเชิงภูมิศาสตร์ (GIS) ใน google ฟรีและทันสมัยที่สุดอยู่แล้ว เพียงแต่มาเติมข้อมูลเชิงสถิติและสถานที่ในพื้นที่ที่ต้องการไม่กี่ร้อยล้านเท่านั้น ส.ว.รสนา กับวีระ สมความคิด อาจจะยังไม่ทราบเรื่องนี้

      

       ก่อนที่เราจะแสวงหาความจริงต่อไป เราควรทราบสุภาษิตการเมืองอันหนึ่งเสียก่อนว่า รัฐบาลทุกรัฐบาลคือพญามารร้ายที่จำเป็น : government is necessary evil” และความชั่วร้ายของทุกๆ รัฐบาลในโลกก็เพราะทุกรัฐบาลต่างก็ติดสันดาน โกหก-ปกปิด-บิดเบือน-เฉินเฉยสำหรับรัฐบาลไทยมักจะไม่กล้า-ไม่เป็น หรือไม่ยอมให้ประชาชนรู้ข้อมูลที่จำเป็นหรือสมควรจะรู้ เพราะรัฐบาลหรือคนบางคนในรัฐบาลกลัวจะเสียประโยชน์

      

       ปัญหาระหว่างไทยกับเขมร และปัญหาระหว่างฮุนซวยกับผู้นำไทยในอดีตและปัจจุบันก็ยังมิได้เปิดเผยแพร่หลาย เมื่อเกิดข้องใจขึ้นก็ได้แต่เดากันไปมา ไม่สามารถหาข้อยุติได้ว่าจะเชื่อใครดี

       

       คำถามที่แพร่สะพัดอยู่ในวันที่ 6 กุมภาพนธ์ นี้ก็คือ มันเสือกมาทำไมวะ หรือมันรับงานจากทักษิณมาป่วนเผื่อผลการเมืองก่อนวันพิพากษายึดทรัพย์ บางคนวิเคราะห์เก่งก็ทำนายว่ามันจะต้องมาอีกไม่ช้า ในลีลาและจังหวะที่สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวของนรกแดง

      

       อะไรเป็นข่าว อะไรเป็นความจริง ทำอย่างไรเราจึงจะรู้

      

       ข่าวที่ 1 เห็นบน www. และหนังสือเวียนของประชาคมผู้รักชาติไทยทั้งในและต่างประเทศ คนละฝ่ายกับสามหัวขวด ลูกบุญทำของฮุนซวย ดังนี้

 

เรียนทุกท่าน

 

ช่วยกรุณาเผยแพร่ความอหังการ์ของฮุนเซนและกัมพูชา บทความนี้แปลมาจากหนังสือพิมพ์กัมพูชา วนที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 09.19 น. ขอให้คนไทยที่รักชาติช่วยส่งต่อบทความนี้ให้กระจายไปให้มากเท่าที่จะทำได้ จะได้ประณามความเลวของกัมพูชานี้

 

            ข่าวที่ 2 คือข่าวจากข่าวที่ 1 แต่ได้มาก่อนจาก diplomatic dispatch หรือข่าวส่งในวงการทูตจากกรุงพนมเปญ ไม่ใช่บทความ แต่เป็นการแปลจากรายงานข่าวออนไลน์ของเขมร รายงานการประกาศศักดาของฮุนซวยว่าจะไปเหยียบและขับไล่ทหารไทย ซึ่งก็เป็นการหาเสียงตามสไตล์ของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ความจริงที่ควรเจาะก็คือฮุนซวยรู้กันหรือถือฤกษ์ตามที่หนึ่งหรือสองอดีตนายกรัฐมนตรีไทยหรือขบวนการนรกแดงวางไว้ให้หรือไม่

 

เนื้อข่าวมีดังนี้ เว็บไซต์เดิมอำปีลออนบ์ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553

 

หัวข้อ: กัมพูชาไม่เพียงเข้าในพื้นที่ 4.6 ตร.กม แต่ยังไล่ทหารไทยออกไปอีก (09.19 น.)

 

พระวิหาร: สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้กล่าวเตือนกองทัพไทยแรงๆว่า ในการเยือนพื้นที่ชายแดนของผม กองทัพกัมพูชาไม่เพียงจะเข้าในพื้นที่ 4.6 ตร.กม. บริเวณปราสาทเขาพระวิหารไทย โดยไม่บอกไทยเท่านั้น ผม (สมเด็จฮุนเซน)ยังจะเข้าไปโดยไม่บอกด้วย และไล่กำลังทหารไทยที่ประจำการในพื้นที่ดังกล่าว ให้เข้าไปในดินแดนไทยอย่างเร่งด่วน  นายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าวย้ำอีกอีกว่า ไม่เพียงแต่เราจะเข้าไปโดยไม่บอกเท่านั้น แต่เราจะไล่ทหารของคุณ(ไทย)อีก

 

 ข่าวจากเว็บไซต์เดิมอำปีลออนบ์ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553

  พระวิหาร: สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ถึงที่บัญชาการกองพลที่ 3 จ.พระวิหาร เมือเวลา 7.30 น.วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 ภายใต้การดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด   สมเด็จฮุนเซนกล่าวปราศัยกับทหารที่นั้นว่า ทั้งอดีตพระมหากษัตริย์ พระบาทสมเด็จนโรดมสีหนุ พระนางเจ้านโรดม มุนีนาถ สีหนุ และพระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี พระมหากษัตริย์กัมพูชา ทรงอย่าได้มีพระทัยเป็นกังวลเกี่ยวกับดินแดนกัมพูชาแต่อย่างใด เพราะลูกหลานของพระองค์จะยืนหยัดต่อสู้ปกป้องดินแดนม่ให้เสียไปอย่างแน่นอน

 

วิเคราะห์ข่าว ทีแรกผมก็คิดตื้นๆ เหมือนกับพี่น้องไทยทั้งหลายและรัฐบาล โดยเฉพาะท่านสุเทพเพื่อนฮุนซวยผู้ช่วยทักษิณ ว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ แต่ผู้ชำนัญการทูตวิเคราะห์ให้ผมฟังว่ามันมีมากกว่านั้น
       
       1. ฮุนซวยบอกว่าจะเข้าไปโดยไม่บอก แต่ข่าวจากรัฐบาลไทยว่าฮุนเซนขอมาเยี่ยม จึงส่ง มทภ. 2 และผู้ว่าฯ ไปต้อนรับ ข่าวต่างประเทศใช้คำว่า Hunsen informs Thai government แปลว่าแจ้งฝ่ายเดียว ไม่ต้องฟังคำตอบไทยว่าจะสะดวกและเหมาะสมหรือไม่ เพราะในขณะนี้ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศมิได้อยู่ในระดับปกติ ซ้ำฮุนซวยประกาศช่วยทักษิณอย่างเปิดเผย บอกว่า ต้องไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ไปเสียก่อน
       
       2. ฮุนซวยกับเมียและบริวารแต่งเครื่องแบบทหารทุกคน ซึ่งมีความหมายทางสัญลักษณ์อย่างยิ่ง ขอให้อ่านดีๆ กองทัพกัมพูชาไม่เพียงจะเข้าในพื้นที่ 4.6 ตร.กม. บริเวณปราสาทพระวิหารโดยไม่บอกไทยเท่านั้น ผม (สมเด็จ) ยังจะเข้าไปโดยไม่บอกด้วย และไล่กำลังทหารไทยที่ประจำการในพื้นที่ดังกล่าว ให้เข้าไปในดินแดนไทยอย่างเร่งด่วนอีก
       
       ปรากฏภาพไปทั่วโลกสมกับคำคุยของฮุนซวยที่ทหารรักษาการไทย 10 นายต้องวิ่งแจ้นออกจากบริเวณวัดแก้วฯ เคลียร์พื้นที่ให้แม่ทัพ 2 และเจ้าเมืองไทยขึ้นไปคำนับฮุนซวย
       
       3. ฮุนซวยอ้างอดีตกษัตริย์และกษัตริย์เพราะบารมีของตนเองถดถอยลงทุกที ซ้ำยังถูกกษัตริย์พิโรธที่ยอมยกดินแดนในจังหวัดสวายเรียงให้เวียดนามฟรีๆ จึงหวังจะมากู้บารมีสไตล์สีหนุกับเมืองไทยแทน
       
       ข่าวที่ 3 จากนายเจริญ หมู่ขจรพันธุ์ ปฏิบัติการร่วมกับนายวีระ สมความคิด แจ้งสั้นๆ ว่ากองทัพถ่วงเวลา ในที่สุดก็ให้คำตอบว่าไม่อนุญาตให้คณะคนไทยผู้รักชาติเข้าไปในพื้นที่ 4.6 ตร.กม.และวัดแก้วฯ ขณะที่ฮุนซวยมาเหยียบ และกล่าวว่ามีประชาชนเสื้อแดงเข้าใจและหันมาสนับสนุนคณะคนไทยผู้รักชาติเป็นจำนวนมาก ที่มาขัดขวางและขู่ทำร้ายมีสุนัขรับจ้างไม่กี่ตัว
       
       ข่าวจากรัฐบาล ข่าวจากสื่อไทย ข่าวเจาะและวิเคราะห์ว่าใครได้-ใครเสีย ผลประโยชน์และอธิปไตย เพราะอะไรฉบับหน้า
       
       
พี่น้องไทยที่รักชาติอย่าเพิ่งโกรธเลย เพราะความโกรธจะทำให้เราตามัว มองไม่เห็นหนทาง
       

เมื่อฮุนเซนโดนหมัดหลงหงายท้องที่ตาเมียนธม :

บทเรียนจากข่าว และความจริง
10 กุมภาพันธ์ 2553

       “Ye shall know the Truth, And the Truth shall make you angry!”
       
       “ท่านควรจะรู้ความจริง และความจริงนั้นจะทำให้ท่านโกรธ
                                                 Aldous Huxley
       
       Lord Wilson อดีตนายกฯ 2 สมัยอังกฤษบอกว่า “7 วันในการเมืองนั้นนับว่านานโข
       
       จากวันที่ 6 ก.พ. ถึงวันที่ 8 ก.พ. เมื่อฮุนซวยเปิดตูดกระฟัดกระเฟียดกลับไปจากชายแดนตาเมียนธม จังหวัดสุรินทร์นั้นเหตุการณ์เปลี่ยนไป
       
       เรายังไม่ถึงกับเห็นทหารเขมรวิ่งหางจุกตูดอย่างที่เราอยากดู โปรดอย่าเข้าใจผิดว่าผมกระหายสงครามหรือเกลียดชาวเขมร
       
       แต่ผมอยากเห็นฮุนเซนถูกหมัดตรง หมัดฮุค หรืออับเปอร์คัดก็ได้ ไม่ใช่หมัดหลง ที่ไม่รู้ใครต่อใครหลับตาเหวี่ยงไป หมัดที่ถูกเบ้าตาของฮุนซวยอาจจะเป็นหมัดเดียวของวีระ สมความคิดและพี่น้องผู้กล้า 300 คนก็ได้
       
       2 วันหลังนี้ ฮุนซวยกับไทยได้คะแนน C เท่ากัน
       
       สำหรับนายกฯ อภิสิทธิ์ผู้ตัดสินจากสหรัฐฯ ให้ A ผู้ตัดสินเยอรมนีให้ B- ผมให้ B+ เฉลี่ยแล้วได้ B ผู้ตัดสินเยอรมนีลำเอียงเพราะหลงไปว่าฮุนซวยเป็น 3 หัวขวดสวย เนื่องจากต่อยสไตล์เดียวกัน 100% แปลกแท้ๆ ทำไมอภิสิทธิ์จึงไม่น็อก ผู้ตัดสินเยอรมนีบอกว่าต่อยอย่าง 3 หัวขวดสวย ถ้าเป็นที่เยอรมนีรับรองว่าเข้าคุกภายในหนึ่งวัน
       
       ยกเว้นคะแนน ผมยืนยันอย่างอื่นที่เขียนไว้ตอนจบ ที่ตกออนไลน์ 6 ก.พ. คือ
       
       “ผมขอพูดให้ชัดเจนอีกครั้งไม่กลัวใครโกรธว่า เมื่อเอาผลประโยชน์ของชาติกับภาวะผู้นำเป็นตัววัด ฮุนซวยได้คะแนน A- ในขณะที่ไทยผมให้ D- เพราะฮุนซวยส่งสัญญาณที่ชัดเจนเด็ดเดี่ยวหนักแน่นและมีเอกภาพทั้งคำพูดและการกระทำรับกัน แต่ไทยคาบลูกคาบดอกวอกแวกไม่รู้ว่าใครเป็นหัวเป็นหาง ต่างประ เทศจะเอาอย่าง กองทัพภาคที่ 2 จะเอาอย่าง กลาโหมจะเอาอีกอย่าง นายกฯ จะเอาอย่างไรไม่มีใครรู้ ดูมีแต่ความสับสน confusing ไร้ทิศทาง directionless และ compound ปัญหาให้สะสมถมทับมากขึ้น ระวังจะสายเกินแก้
       
       ผมขอย้ำว่า ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของสังคมก็ดี ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็ดี หรือแม้กระทั่งในสงครามก็ดี การส่งสัญญาณที่สับสน(confusing) รังแต่จะ compound หรือพอกพูนทับถมปัญหาให้มากและแก้ยากยิ่งขึ้น
       
       การส่งสัญญาณนั้น การกระทำดังก้องกว่าคำพูด action speaks louder than voice
       
       การกระทำและคำพูดของฝ่ายไทยในเหตุการณ์ครั้งนี้สับสนและอ่อนแอยิ่ง ดีแต่ฮุนซวยเป็นปลาหมอตายเพราะปาก และอ่านสัญญาณผิดว่าไทยจะเคลียร์พื้นที่ปราสาทตาเมียนธมให้
       
       แทนที่ไทยจะต้องขายผ้าเอาหน้ารอด กลับได้กำไร เพราะสามารถกุมเงื่อนไขและเงื่อนเวลาที่จะยกเลิกการประกาศฝ่ายเดียวของยูเนสโกได้ ขอให้นายกฯ อภิสิทธิ์รีบทำอย่างที่พูดให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้
       
       นั่นก็คือ มีหนังสือไปบอกยูเนสโกว่าศาลไทยมีคำสั่งอย่างไร ชาวไทยผู้รักชาติมีความรู้สึกอย่างไร การกระทำของฮุนซวยและรัฐบาลไทยขายชาติก่อความตึงเครียด และอันตรายต่อสันติภาพเพียงใด
       
       และขอให้รัฐบาลให้ความรู้แก่ประชาชนด้วยว่าอังกฤษ อเมริกา และสิงคโปร์ลาออกจากยูเนสโกเพราะเหตุผลใด เราจะเอาบ้างดีไหม
       
       เมื่อร้ายกลายเป็นดีไปได้ ก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนไทย 300 คนที่ขึ้นไปประกาศเจตนารมณ์แทนคนไทยผู้รักชาติทั้งมวล และขอขอบคุณใน prudence ของนายกฯ อภิสิทธิ์
       
       ผมแปล prudence เป็นไทยไม่ได้ เลยอยากแถมเวสารัชชกรณธรรมทั้ง 5 คือธรรมที่จะทำให้เกิดความแกล้วกล้าเพิ่มให้นายกฯ
       
       4-5 วันที่ผ่านมา คนไทยที่โกรธเกรี้ยวรัฐบาลของตนเองอาจจะมีมากกว่าคนไทยที่โกรธฮุนเซน
       
       ที่แปลกก็คือสีแดงกลับใจอาจจะโกรธฮุนซวยน้อยกว่าสีแดงสู้ตายที่โกรธว่าฮุนเซนช่วยล้มอภิสิทธิ์ไม่สำเร็จ แถมพรรคเพื่อฮุนษิณก็จะหมดปัญญาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในข้อนี้
       
       คนไทยที่โกรธรัฐบาลมีหลายประเภท ที่เชียร์ฟุตบอลไม่ชนะอยากระทืบทีมของตนเองก็มี ผมเห็นใจแต่ไม่ใช่จะเห็นด้วยทุกประเภท ผมเห็นใจรัฐบาลเหมือนกัน ไม่อยากให้นายกฯ ถอดใจเสียตอนนี้ และไม่อยากให้ฝ่ายสนับสนุนเฮไปเข้ากับฝ่ายตรงกันข้าม เพื่อช่วยกันล้มรัฐบาลดังที่ผมได้ยินมา ถี่และดังขึ้นๆ
       
       คนไทยที่อยากให้กรีธาทัพไปตัดหัวพญาละแวกก็มีมาก คนพวกนี้คิดง่ายๆ ว่ากองทัพเขมรแค่นกกระจอกกินน้ำ จะทานทนกับแสนยานุภาพไทยได้อย่างไร ฮุนซวยก็ตระหนักความจริงข้อนี้ จึงต้องใช้วิธีเห่าและวางก้ามในเครื่องแบบ
       
       แต่อามิสทักษิณ และคะแนนเสียงที่ตกในบ้าน การประณามจากสื่อและองค์กรตรวจสอบคอร์รัปชันและสิทธิมนุษยชนนานาชาติ รวมทั้งกษัตริย์เริ่มแข็งข้อ เป็นปัจจัยรวมที่ให้ฮุนเซนทำอย่างที่เขากระทำ
       
       เขาหวังกู้คะแนนในบ้านโดยแสดงความกล้าหาญเหยียบไทย เขาทุ่มแทงม้าฟลุ๊กทักษิณหมดกระเป๋า เขาจึงพูดและกระทำเยี่ยงเดียวกับขบวนการสุนัขแดงไม่ผิดเพี้ยน หารู้ไม่ว่า ถึงเขาจะได้เสียงก็เพียงชั่วคราว แต่อย่างอื่นล้มละลายหมด และจะเริ่มเห็นเมื่อยูเนสโกเริ่มเข้าเกียร์ถอยหลัง
       
       พวกที่โกรธรัฐบาลอีกประเภทคือพวกที่แค้นใจ น้อยใจ และไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลไม่ปกป้องหรือสนับสนุนคนไทยที่รักชาติต้องการยืนขึ้นประกาศให้ชาวโลกและฮุนเซนเห็นว่าแม้แต่นิ้วเดียวก็ไม่ยอม คนไทยรักชาติที่กล้าหาญเด็ดเดี่ยวหากไม่ถูกทอนกำลังด้วยคนไทยกันเองย่อมจะเป็นกำลังอันมหาศาล และไพ่ไปสำคัญให้รัฐบาลต่อสู้กับฮุนซวย ไฉนรัฐบาลจึงไม่เข้าใจและบำรุงรักษาไว้ให้เต็มที่
       
       ผมรู้ว่าใครจากกองกำลังสุรนารีและกองทหารเสื้อดำที่ไปข่มขู่ก้าวร้าวกับวีระ สมความคิดกับคณะไทยผู้รักชาติปักหลักที่ปราสาทตาเมียนโต๊ตห่างตาเมียนธม 800 เมตร จนเย็นวันที่ 7 ก.พ.
       
       เมื่อมีข่าวบิดาเสือพรานเสื้อดำจะนำกองทัพประชาชน ความสงสัยว่า มทภ. 2 และผบ.ทบ.ตัดเพื่อนรักร่วมรุ่น ตท.10 ไม่ขาด จะไปบังคับไม่ให้เขาคิดหรือเชื่อว่าพวกนี้เกี้ยเซี้ยกันหมดได้อย่างไร
       
       สิ่งที่รัฐบาล ทหาร ตำรวจต้องเข้าใจ เคารพและสนับสนุน ก็คือ การใช้สิทธิเสรีภาพที่จะแสดงออกถึงความรักชาติโดยสงบเปิดเผย และเป็นผู้ดีในแผ่นดินของตนเอง ถึงแม้จะขวางหูขวางตาสมเด็จมหาเตโซฯ ก็ตาม
       
       เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ก็ไม่ยอมให้เขาขึ้นวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระครั้งหนึ่งแล้ว อ้างว่าจะถูกลูกหลง ทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่าเกี้ยเซี้ยกันแล้วทหารแท้ที่อยากรบแทบตายก็ต้องอยู่ในวินัยตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา แต่เรามีวิธีแสดงอานุภาพอื่นๆ
       
       ในขณะเดียวกัน เมื่อเช้ามืดวันนี้ทหารเขมรได้กดดันให้ทหารไทย 10 นาย ให้ออกจากการรักษาการที่วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระและเวลาประมาณ 08.35 น.ทหารเขมรไม่ยอมให้หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 23 กับแม่ทัพภาคที่ 2 ของไทยเดินทางขึ้นไปบริเวณวัดเพื่อเตรียมต้อนรับฮุนซวยที่จะมาถึงเวลา 10.00 น. ตามคำสั่ง รมว.กลาโหม
       
       ฮุนซวยบอกว่ามาทำไม ไม่ต้องมา และถ้ามาเขาต้องเป็นฝ่ายต้อนรับ มิใช่ต้อนรับเขา เพราะนี่มันแผ่นดินของเขา และเขาจะมาโดยไม่บอก
       
       ภาพแม่ทัพของกองทัพบกไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดไปร่วมพิธีบวงสรวงกับฮุนซวยในฐานะแขกถูกเผยแพร่และประกาศไปทั่วโลก อาจเป็นพยานสนับสนุนอธิปไตยเขมรได้ นี่คือสิ่งที่ฮุนซวยต้องการ
       
       ใครเป็นคนวางหมากและวางแผนกันแน่
       
       ฉบับที่แล้ว ผมพูดว่ารัฐบาลทั้งโลกมีสันดาน โกหก-ปกปิด-บิดเบือน-เชือนเฉยและสัญญาจะวิเคราะห์เจาะลึกเบื้องหลังข่าวไทย-เทศ และเขมรระหว่าง 20 นาทีอันตรายเมื่อกองทัพไทยเผชิญหน้าฮุนเซน เนื้อที่ก็หมดเสียแล้ว
 

 To be continued....

 

 นรกส่ง ฮุนเซน ลูกเจ้าพ่อแม้วแร๊พ ขึ้นมาป่วน         

          สวรรค์จึงส่ง มาร์ค ศิษย์ใบมีดโกน ลงมาปราบ

โดย : วินเซนต์


.. ภาพจาก www.manager.co.th ..

@@@@@@

นรกส่ง "ฮุนเซน ลูกเจ้าพ่อแม้วแร๊พ" ขึ้นมาป่วน สวรรค์จึงส่ง "มาร์ค ศิษย์ใบมีดโกน" ลงมาปราบ !!!...
 

เหมือนผีนรก..
ที่เพิ่งลุกออกมาจากหลุมศพ !! ..
นั่นคือ สิ่งที่พอจะเปรียบเทียบได้ต่อท่าทีจุดยืนอันแข็งกร้าวที่ไม่สมควรจะแข็งโด่ออกมาประจานให้ชาวโลกเขาเห็นเลยของ สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช..เสื้อแดงฮุนเซน ผู้นำขแมร์ประเทศ !..
เขาและภริยามาถึงเมืองไทยก็เปิดฉากแถลงข่าวประเด็นสำคัญทันที เสมือนว่าเขานั้นจะเป็น "นกรู้" มาตั้งแต่กรุงพนมเปญแล้วล่ะครับว่า งานนี้คงจะต้องโดนสื่อมวลชนไทยตั้งคำถามเพื่อเปิดปากถามความในใจของเขามากมายต่อกรณีของเพื่อนรักนาม "ทักษิณ" ..
ต่อกรณีที่ผู้นำขแมร์ประเทศผู้นี้ มีความตั้งใจที่จะให้ที่พักพิงแก่ .."นักโทษชายทักษิณ" !..
ใจความสำคัญๆของการจัดฉากเปิดใจให้สัมภาษณ์สื่อเมื่อวานที่ผ่านมา ใจความหลักๆที่ทำเอาคนไทยรู้สึกว่าน่าจะจับผู้นำขแมร์ประเทศหลายนี้ไปตบปากสักฉาดสองฉาดก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องที่ "สมเด็จฮุนเซน" บอกว่า..
“คนไทยเป็นล้านๆ เสื้อแดงก็เป็นผู้ที่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ แล้วทำไมข้าพเจ้าซึ่งเป็นเพียงเพื่อน ซึ่งอยู่ห่างไกลจะไม่สามารถสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ หากไม่มีการปฏิวัติรัฐประหารสิ่งนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น” ..

 

ที่มาของข่าว..
@@ “ฮุนเซน” ด้านพอ รับให้ที่พักพิง “นช.แม้ว” - เหน็บคนไทยต้องมีศีลธรรมกับ “ทักษิณ”
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000126686

บทสัมภาษณ์สื่อมวลชนของ "สมเด็จฮุนเซน" ครั้งนี้ ..
โดยเฉพาะท่อนที่ว่ามานี้ ..สะท้อนให้เห็นหมากเกมที่รับมาจาก "ทักษิณ" ชัดเจน!!!.. ฮุนเซน วันนี้นั้นเขาก็คือทักษิณในร่างคนเขมรแค่นั้นเอง ..นี่คือ ทั้งหมดของเรื่อง!!..
คือ ความต้องการของ "ทักษิณ" ที่จะให้ "ฮุนเซน" เพื่อนรัก เข้ามาแทรกแซงการเมืองไทยโดยใช้ปมข้อพิพาทของการเมืองระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นอยู่ ณ ขณะนี้ และ การเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำอาเซียน เป็นตัวบีบให้รัฐบาลไทยโดยเฉพาะ นายกฯอภิสิทธิ์ ผู้อ่อนอาวุโส ต้องยอมสงบปากสงบคำและเป็นฝ่ายโดนกระทำฝ่ายเดียว..
ในบทสัมภาษณ์มีนัยของการเลือกข้างค่อนข้างชัดเจน โดยมีสัญลักษณ์ทางการเมืองที่ "สมเด็จฮุนเซน" ตั้งใจและเตรียมมาเพื่อสื่อสารผ่านสาธารณชนออกไป ๒ สัญลักษณ์ คือ ทักษิณและเสื้อแดง กับ รัฐประหารและความอยุติธรรม ..
ซึ่งเรื่องลักษณะนี้ถือว่าเป็นเรื่องไร้มารยาทและจงใจที่จะให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศตามมาอย่างชัดเจน ฮุนเซนไปยกหางทักษิณโดยไปลากดึงเอากรณี นางออง ซาน ซูจี มาเปรียบเทียบเนี่ย ถือว่าเป็นเรื่องที่ "สารเลว" มากๆ มากชนิดที่เจ้าภาพผู้สงบเสงี่ยมเรียบร้อยอย่าง "มาร์ค" นั่งไม่ติดนั่นแหละ..
ปัญหาตอนนี้อยู่ที่ว่า สมเด็จฮุนเซน เลือกพูดประเด็นนี้ทำไม?..
เขาต้องการจะสื่อสารอะไรที่นอกเหนือไปจากเรื่องของ "นักโทษชายทักษิณ" หรือ ไม่ ?..
เรื่องนี้เกี่ยวข้องอะไรด้วยกับการประชุมผู้นำอาเซียนในครั้งนี้ ประเด็นนี้รังแต่จะทำให้สายสัมพันธ์ของประเทศไทยและขแมร์ ร้าวแตกหนักขึ้นไปอีก ..
ทว่า ทำไมฮุนเซนถึงยังเลือกที่จะสื่อสารออกมา ???..
.............................................................


รัฐบาลไทย ..
นำโดยนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ออกมาให้สัมภาษณ์สวนกลับฮุนเซนอย่างสุดคม ชนิดไม่ไว้หน้าผู้นำขแมร์มากอาวุโสเลยทีเดียว..
“ผมคิดว่า คงมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน อย่างที่ผมเรียนว่า ไม่ทราบว่า มีกี่คนในโลกที่คิดว่า กรณีของ อองซาน ซูจี เหมือนกับเรื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องเข้าใจว่า เรื่องที่มีการหยิบยกขึ้นมา เช่น กรณีของ นายสม รังสี หัวหน้าพรรคฟุนซินเปก ก็ไม่ได้เป็นเรื่องของรัฐบาล ที่จะมาเปรียบเทียบต่อกรณีที่รัฐบาลของอีกประเทศหนึ่ง จะไปเปิดโอกาสให้มีใครจะใช้ประเทศเป็นฐานมาทำอะไรที่กระทบต่อความสัมพันธ์ที่ดีและความมั่นคง” ..
“และคิดว่า นายกฯฮุนเซน จะต้องคิดให้ดีว่า จะยืนยันการตัดสินใจที่จะมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์และผลประโยชน์ร่วมกันของคนทั้ง 2 ชาติ เพื่ออะไร คือ ผมก็เห็นว่า ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีความอาวุโส อย่าไปเป็นเหยื่อและเป็นเบี้ยให้ใครเลย” ..

ที่มาของข่าว..
@@  “มาร์ค” เตือน “ฮุนเซน” อุ้ม “แม้ว” กระทบสัมพันธ์ 2 ชาติ-ชี้เข้าใจผิดอย่างแรง
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000126700
.........................................
อาวุโส "ฮุนเซน" คงจะคาดไม่ถึง..
ว่า "เด็กวานซืน" นามว่า "อภิสิทธิ์"  ทำไมถึงใจกล้าและหักหน้าเขากลับได้เด็ดสะระตี่ปานฉะนี้ ??..
การออกปากเตือน "สมเด็จฮุนเซน" ให้ระวังอย่าเป็นเหยื่อ เป็นเบี้ยให้ทักษิณเนี่ย ฟังกี่รอบๆ "สมเด็จฮุนเซน" ก็คงจะต้องควันออกหูทุกรอบแน่ๆ ในฐานะผู้นำที่มีความอาวุโส จนทำให้ "สมเด็จ ฮุนเซน" ต้องหันกลับมุมไปปรึกษาพี่เลี้ยงเจ้าของค่ายหน้าเหลี่ยม ที่สอนเชิงมวยถ่อยจากนรกอเวจีให้มาป่วนบนเวทีอันทรงเกียรติ ชนิดที่ต้องเรียกว่า ..หามุมกลับแทบไม่เจอ!!..
โดนเด็กวานซืนสอนมวยแบบนี้ฮุนเซนผู้อาวุโส สมควรจะทำยังไงต่อดี .??!! ...
ไปตายซะดีไหม ???..


ท่าที "อภิสิทธิ์" ที่เอ่ยเตือน "สมเด็จฮุนเซน" ให้ระมัดระวังในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนี่ คือ คำท้าทาย คือการถือไพ่เหนือกว่าของฝ่ายไทย คือปมที่เป็นหนามยอกอกผู้นำขแมร์ ..

เป็นเรื่องที่ "สมเด็จฮุนเซน" ยังไงๆเสีย ก็ต้องกลับไปตีลังกาคิดหลายๆรอบหลายๆตลบ พร้อมตบกบาลตัวเองหลายๆที ที่เสียรู้เสียเชิงโดนนายกรัฐมนตรีของไทย "สอนมวย" ชนิดเสียรูปไปเลย.. 

คนเดียวอาจจะทำให้เขมรพังทั้งประเทศ นี่คือ สิ่งที่นายอภิสิทธิ์ ตอกกลับ ฮุนเซน ส่งผ่านสื่อ ฝากไปถึงคนเขมรทั้งประเทศ ที่ไม่ได้อินังขังขอบกับคนไทยหัวใจอัปรีย์นามว่า "ทักษิณ" ..

นายอภิสิทธิ์ ฝากชาวเขมรทั้งประเทศให้ได้คิด ในเรื่องที่ "ฮุนเซน" เอาเรื่องส่วนตัว เอาเรื่องผลประโยขน์ของนักธุรกิจเพื่อนบ้านที่เป็นเพื่อนรักอย่าง "ทักษิณ" มาพัวพันจนทำให้เกิดปัญหาวิวาทะกับประเทศเพื่อนบ้าน..

นายอภิสิทธิ์ เอ่ยชื่อ นายสม รังสี ผู้นำฝ่ายค้านของเขมรขึ้นมา ยิ่งเป็นการตอกหน้า "ฮุนเซน" ให้คะแนนนิยมสั่นคลอนไปอีกเป็นพะเรอเกวียน อย่างน้อยๆก็คงจะสะเทือนถึงเก้าอี้ ส.ส.ในสภาหลายๆเก้าอี้ในการเลือกตั้งสมัยหน้า ..

ที่สำคัญ "สมเด็จฮุนเซน" จะโดนสื่อมวลชนเขมร และ ฝ่ายค้าน รุกหนักในการตรวจสอบผลประโยชน์ทับซ้อนของเขาที่มีกับนโยบายหรือโครงการต่างๆของชาวต่างชาติที่เข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ในประเทศเขมร ..

หาก "สมเด็จฮุนเซน" ยังขืนคิดจะอุ้ม "ทักษิณ" ต่อไป ประเทศไทยไม่มีปัญหาอันใดเลยหากจะตัดสายสัมพันธ์กับ..ขแมร์ประเทศ !!..
นี่คือ นัยหลักๆที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หนุ่มหน้ามนคนไม่หน้าโง่ของไทย สื่อออกไปถึง "สมเด็จฮุนเซน" ผู้นำสมองทึบปัญญาทึ่มของขแมร์ประเทศ ให้ได้กลับไปคิดเป็นการบ้าน ..


หาก "สมเด็จฮุนเซน" ยังไม่เปลี่ยนแปลงท่าทีพฤติกรรม ปมปัญหานี้ก็อาจจะทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลเขมรของเขาสั่นคลอนจนถึงพังไม่เป็นท่า..
มันไม่ส่งผลดีต่อตัวเขา ทั้งในปัจจุบัน และ ในอนาคต ในเรื่องของอำนาจและบารมี !!
......................................................

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ..
เขาพยายามจะสื่อสารไปยังคนเขมรทั้งประเทศ รวมทั้งผู้นำขแมร์อีกหลายๆฝ่ายเพื่อให้ช่วยกันตระหนักคิดให้จงหนัก ขแมร์ประเทศจะทำอย่างไร ? ..หากไม่ได้รับการสนับสนุนในโครงการพัฒนาประเทศในหลายๆเรื่องจากรัฐบาลไทยต่อไป!!..
อย่าลืมว่า!! ..ตั้งแต่ครั้ง "เผาสถานทูตไทย" รัฐบาลเขมรเป็นฝ่ายเข้ามาง้อไทยเอง!!..

เรื่องของการสานสัมพันธ์กับขแมร์ประเทศอีกครั้ง และ รัฐบาลระยำของไทยในขณะนั้นก็ดันไปรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดเองอีกด้วยเนี่ย มันยังเป็นเรื่องคาใจคนไทยทั้งประเทศอยู่เสมอ!! ..

เขมรไม่รับผิดชอบในเรื่องใดๆเลย จับได้แค่พวกปลาซิวปลาสร้อย คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องระยำในครั้งก่อน "สมเด็จฮุนเซน" รู้ดีว่าเป็นใคร ?..แต่ก็ไม่รับผิดชอบที่จะไปลากตัวมาลงโทษ ! เนื่องเพราะมันเกี่ยวข้องกับ "ฮุนเซน" และ "ทักษิณ" โดยตรง ในเรื่องของผลประโยชน์ในขแมร์ประเทศ ..
มันเป็นเรื่อง "ปาหี่" ที่มีคนไทยบัดซบไปร่วมเล่นด้วยจนทำให้เลยเถิดไปถึงเผาสถานทูต ทักษิณทำท่าทีฮึดฮัดจะเอาเรื่องเขมรอยู่พักหนึ่ง แต่ท้ายที่สุดรัฐบาลแม้วมะเร็งของไทยก็ยอมให้เขมร!!..

จนป่านนี้คนไทยยังไม่ได้คำตอบเลยว่ากรณี "เผาสถานทูตไทยในกรุงพนมเปญ"นั้น ..
"เขมรมันบ้า" หรือว่า "คนไทยมันเฮงซวย" กันแน่!!
............................................................

 

ภาวะผู้นำไทย ผู้ที่โดนครหาว่าเป็น "เด็กวานซืน" ..
ภาวะผู้นำขแมร์ ผู้ที่ได้รับเกียรติจากเด็กวานซืนว่าเป็น "ท่านผู้อาวุโส"..
พิสูจน์ให้เราเห็นได้ชัดถึงวิสัยทัศน์ผู้นำอันแตกต่างในระดับสากลที่มีต่อการมองปัญหาของ นางออง ซาน ซูจี การพยายามจะลากจูงเรื่องคนละเรื่อง มนุษย์คนละสันดาน ผู้นำคนละอุดมการณ์คนละพฤติกรรม ให้ไปเป็นเรื่องเดียวกันแบบนี้ ..
มันคือภาพลักษณ์อันไม่เหมาะสมอย่างยิ่งของผู้นำขแมร์นาม "สมเด็จฮุนเซน" โดยสมบูรณ์แบบจริงๆ ถือว่าครั้งนี้ "สมเด็จฮุนเซน" สอบตกในทุกๆข้อวิชา "การเมืองระหว่างประเทศ" สะท้อนให้เห็นว่าเขาไม่มีความเข้าใจ และ ไม่มีความละเอียดอ่อนเพียงพอต่อปัญหาเพื่อนบ้านในอาเซียนชนิดที่ไม่น่าให้อภัย!!

ปัญหาของ นางออง ซาน ซูจี เป็นปัญหาการเมืองภายในประเทศพม่า ที่ละเอียดอ่อนมากถึงมากที่สุด การพยายามที่จะอุปโลกน์ให้กรณีของ "ทักษิณ" เป็นกรณีคล้ายคลึงกับ "ออง ซาน ซูจี" ถือว่าเป็นการเหยียบย่ำจิตใจคนพม่าที่รักนางออง ซาน ซูจี เป็นอย่างยิ่ง ..


มีกี่คนในโลกที่คิดว่า กรณีของ อองซาน ซูจี เหมือนกับเรื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณ ??!

คำพูดนี้ของนายอภิสิทธิ์ สะท้อนความเฉลียวฉลาดและทันเกมของเขา เขารู้ว่ามีกลุ่มมาเฟียการเมืองระหว่างประเทศกลุ่มใดบ้าง ? ที่พยายามจะลากดึงประเทศไทยให้ไปติดกับวังวนปัญหาการเมืองภายในประเทศเพื่อนบ้าน!!..
ทว่า นายอภิสิทธิ์ ก็ไม่ได้หลงกล และ ไม่ได้หลงเกมกับดักหลุมพรางนี้แต่อย่างใด ตรงกันข้ามเขากลับปีนป่ายกับดักหลุมพราง ในเรื่องของจุดยืนกรณี นางออง ซาน ซูจี นี้ ได้ค่อนข้างที่จะชัดเจน ..

นางออง ซาน ซูจี คือ นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและการปลดแอกพม่า ทว่า ทักษิณ ชินวัตร น่ะ ไม่ใช่ !!..เขาคือนักโทษหลบหนีคดีความอาญาในปัญหาคอรัปชั่นของไทย มันคนละเรื่องคนละประเด็นกัน คนทั้งโลกเขาเข้าใจดี "สมเด็จฮุนเซน" ผู้อาวุโสและกำลังตกเป็นเบี้ยและเหยื่อในเกมการเมืองของ "ทักษิณ" อย่าหลงประเด็นนำไปปะปนกัน..

นี่คือนัยสำคัญที่นายอภิสิทธิ์ พยายามจะเตือน ผู้นำขแมร์ ..ขี้ข้าทักษิณรายล่าสุด!!
สมเด็ฮุนเซน..พิสูจน์ให้เราได้เห็นชัดเจนแล้วล่ะว่า เขาเองก็เป็นแค่เพียงพวกคนแก่กะโหลกกะลา ไม่ต่างจาก "บิ๊กจิ๋ว" หรือ "สมัคร" อดีตนายกฯของประเทศไทย ..
คนเหล่านี้เป็นมนุษย์จำพวกที่ใช้หัวเดินต่างตีน ใช้ตีนคิดแทนหัวสมอง !!! ..
ข้อเรียกร้อง หรือ ความต้องการของเขาที่ผ่านออกมาจากปากทหารแก่สมควรตายนาม "บิ๊กจิ๋ว" เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ มันสะท้อนให้เราเห็นได้ชัดเจนดีว่า ..
"สมเด็จฮุนเซน" ก็คือหนึ่งหมากเบี้ยที่ "ทักษิณ" ใช้เดินเกมพยาบาทและเกมล่าสมบัติของเขาอยู่ในขณะนี้ ตามที่นายอภิสิทธิ์ เอ่ยปากปรามและเตือนใจไปนั่นแหละ!!..
...................................................

 

สุดท้ายนี้ก่อนจะจบบทความในเรื่องนี้ ..
อยากจะฝากข้อสงสัยต่อประเด็นข้อเรียกร้องของฝ่ายเขมรที่ผ่านปาก "บิ๊กจิ๋ว" ให้ช่วยกันคิดสักนิดนะครับว่า..มันมีนัยแอบแฝงและหมกเม็ดอะไรเอาไว้บ้าง??!..


เรื่องที่ ๑ . เรื่องการถอนกองกำลังทหารของทั้งสองฝ่าย หรือ การถอยร่นออกจากพื้นที่ข้อพิพาท ๕-๑๐ กิโลเมตร เพื่อที่จะให้คณะกรรมาธิการร่วมชายแดนไทย-เขมร รับผิดชอบจัดการแต่เพียงองค์กรเดียว..
อันที่จริงเรื่องนี้ขแมร์เป็นคนรุกเข้ามาก่อนเอง ตอนนี้ทำไมต้องการจะถอนออกไปล่ะ??! ..
คณะกรรมาธิการ JBC จะเข้าไปทำงานในด้านใดบ้าง ? และ บทสรุปนั้นมุ่งหวังในเรื่องใดเป็นสำคัญ หากสรุปว่าเพื่อการจดทะเบียนมรดกร่วมกัน และ พัฒนาพื้นที่โดยรอบจุดพิพาทร่วมกันโดยปราศจากการแทรกแซงของพวกตัวแทนนานาชาติ "หัวแดง" ก็เป็นเรื่องดี..
ทว่า ถ้าไม่ใช่ แต่กลับเป็นเรื่องที่เขมรต้องการเพียงลดกระแสกดดันที่พวกเขาเป็นฝ่ายก่อขึ้นมาและแบกรับปัญหาเรื่องงบประมาณของกองทัพที่เพิ่มขึ้นไม่ไหว โดยเขมรยังยืนกรานที่จะจดทะเบียนตัวปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกแต่เพียงผู้เดียวต่อไป มันก็ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะไปเจรจาตกลงกันในเรื่องการถอนกำลัง เพราะฝ่ายไทยมีแต่จะเสียเปรียบ..
เขมรจะถอนกำลังไปยืนอยู่จุดไหนล่ะ ?.. ๕-๑๐ กิโลเมตรที่ว่านั้น เขมรนับจากหมู่บ้านที่เขมรรุกล้ำเข้ามาใช่หรือไม่ ?..ถ้าใช่ก็ไม่ต้องมาพูดกัน แต่ถ้าเขมรจะแสดงความจริงใจด้วยการถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดออกไป และ ถอนกำลังทหารออกไปตั้งทัพอยู่ฝั่งเขมรตรงตีนเขาโน้นค่อยกลับมาพูดกันใหม่..
ปัญหาข้อพิพาทเขาพระวิหาร มันมีปมเงื่อนอยู่ที่ เขมรดันขอจดทะเบียนเป็นมรดกโลกนี่แหละ หากเขมรถอนเรื่องกลับเสีย และ มาร่วมกับไทยเพื่อทำการพัฒนาตัวปราสาทและพื้นที่โดยรอบให้เป็นอุทยานประวัติศาสตร์เสียก่อน หลังจากนั้นก็จดทะเบียนเป็นมรดกร่วมกันทั้งสองประเทศ โดยไม่มีข้อระแวงสงสัยในเรื่องผลประโยชน์อื่นใด ..ทุกอย่างก็จบ!!..
มันอยู่ที่ท่าทีของเขมร ที่มีพวกนายทุนต่างชาติ นักล่าอาณานิคมหัวแดงทั้งหลายครอบงำอยู่ มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องกองกำลังทหารของฝ่ายไทย ที่ตั้งฐานยันอยู่ตามแนวตะเข็บชายแดนแต่อย่างใด?..
เรื่องนี้ .."อีกาคาบข่าว" อย่างพ่อใหญ่ลา หวานเจี๊ยบ นาม "บิ๊กจิ๋ว" น่าจะคิดได้นะ..
ยกเว้นว่า ..มีอะไรบางอย่าง ..ไปอุดตันสมองอยู่ เลยคิดเห็นเข้าข้างเขมรหมด  ???!!..
.......................................

 

เรื่องที่ ๒.  ข้อเสนอในเรื่องการเจรจาเพื่อตกลงให้มีการพัฒนาร่วมกันในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยกับเขมร ที่ทางเขมรอยากให้เร่งเจรจาให้แล้วเสร็จ รวมถึงในเรื่องที่ออกมาโกหกบอกว่ายังไม่ได้ให้ใครได้สัมปทานสำรวจน้ำมันในเขตพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลในอ่าวไทยนั้น แท้จริงมีการตกลงปลงใจแบ่งสรรปันส่วนกันไปนานแล้ว ? ..
พื้นที่เขตทับซ้อนทางทะเลนี้ รัฐบาลไทยเสนอให้พัฒนาร่วมกันมานานแล้ว มิใช่หรือ ?..ก่อนหน้านี้รัฐบาลไทยเสนอเขมรให้พิจารณามาโดยตลอดมิใช่หรือ ?..เขมรไม่เคยยอมมิใช่หรือ ? อ้างว่าเป็นของเขมรแต่เพียงผู้เดียวมิใช่หรือ ?..
แล้วทำไมวันนี้มันถูกนำไปเป็นข้อเสนอของขแมร์ซะล่ะ ??..สมเด็จฮุนเซน ยังมีหน้ามาโกหกพกลม ผ่านปากคนพูดจาไม่รู้เรื่องอย่าง "บิ๊กจิ๋ว" อีก..เรื่องนี้ใครเชื่อ "สมเด็จฮุนเซน" ก็คงจะโง่เต็มทน!!..
"ทักษิณ" และ "ฮุนเซน" คิดที่จะครอบงำพื้นที่นี้ทั้งหมด การพยายามที่จะคลี่คลายความตึงเครียดในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ที่มีเรือรบของกองทัพไทยแล่นตรวจการณ์ตลอดเวลานี้ คือ เบื้องแรกที่ "ทักษิณ" และ "ฮุนเซน" ต้องการจะให้เกิด..
ก่อนจะนำประเด็นเหล่านี้ไปเรียกตบทรัพย์ ขอค่ามัดจำ ให้นายทุนน้ำมันต่างชาติลงขันสนับสนุนเงินทุนเพื่อการเลือกตั้งในสมัยหน้า ที่หากรัฐบาลไทยในสมัยหน้าเป็นนอมินี่ทักษิณ ก็รับประกันซ่อมฟรี ทางสะดวกที่บริษัทค้าน้ำมันข้ามชาติ ที่แล่นเรือน้ำลายส่อรอบๆอ่าวไทยขณะนี้ จะได้เวลารุมเข้าไปสวาปามทรัพยากรทางธรรมชาติอย่างอิ่มหมีพีมันไปชั่วลูกชั่วหลาน..
หนทางเดียวที่จะแก้ปัญหานี้ร่วมกันก็คือ รัฐบาลไทยและเขมร ต้องจัดการทำสนธิสัญญาเพื่อการพัฒนาและขุดน้ำมันในพื้นที่บริเวณข้อพิพาททางทะเลนี้ร่วมกันเท่านั้น โดยเป็นการลงทุนในระดับรัฐบาลทั้งสองประเทศ ไม่ใช่เรื่องของการตกลงพัฒนาร่วมกัน แต่ดันไปให้สัมปทานบริษัทต่างชาติหัวแดงเข้ามาถือครองจนหมด ส่วนประเทศทั้งสองแบ่งปันแค่เงินสัมปทาน..
สิ่งนี้สำคัญมาก ..รัฐบาลไทยตอนนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพราะชัดเจนในเรื่องของการกีดกันการแทรกแซงของบริษัทข้ามชาติอยู่แล้ว อยู่ที่เขมรเองมีความจริงใจขนาดไหน ?..
หากรัฐบาลเขมรยังเที่ยวเป็นลูกมือลูกตีน เป็นขี้ข้าอาณานิคมหวังให้บริษัทต่างชาติมาฮุบสมบัติของชาติ ปล่อยให้บริษัทน้ำมันชาติต่างๆ มาเที่ยวเพ่นพ่าน ทำท่าทางน้ำลายส่อรอเข้าไปรุมทึ้งอยู่แบบนี้ก็ไม่ต้องมาพูดกัน..
ประเด็นนี้ ..รัฐบาลไทยตรึงกำลังทหารไว้เฉยๆ ..เขมรมันก็ดิ้นตายเองแหละ !!
....................................................

 

เรื่องที่ ๓.  กรณีเรื่องของการที่ "สมเด็จฮุนเซน" ได้สร้างบ้านพักเพื่อเตรียมให้ที่พักพิงแก่ "นักโทษชายทักษิณ" ..
เรื่องนี้ผมมองว่าเป็น "ปาหี่หลอกต้ม" ที่หวังผลเพียงเพื่อยกมาเป็นประเด็นลวงตาและสร้างความเคืองขุ่นให้กับ รัฐบาลไทย แค่นั้นเอง!!..
จะว่าเป็นการยกมาเพื่อเป็นประเด็น "แบล็คเมล์" หรือ "ข่มขู่" ฝ่ายไทยหากไม่ยินยอมตามกรณีข้อเรียกร้อง ๒ ข้อข้างบนก็คิดว่าคงจะไม่ใช่ เนื่องเพราะหากว่า "สมเด็จฮุนเซน" ต้องการเพียงแค่นี้ ก็ดูจะเป็นเรื่องที่โง่ทึ่มเสียเต็มประดา!!..
ข้อนี้ ..บทสรุปของเรื่อง ไม่ได้อยู่ที่ว่า "สมเด็จฮุนเซน" ปรารถนาจะสร้างบ้านให้ "ทักษิณ" เพราะ "สมเด็จฮุนเซน" สามารถสร้างบ้านหลังใหญ่เป็นคฤหาสน์เพื่อรองรับ "ทักษิณ" อย่างไรก็ได้ เป็นสิ่ทธิ์ของ "สมเด็จฮุนเซน" ..
ทว่า ปัญหามันจะเกิดก็ต่อเมื่อ "ทักษิณ" เดินทางเข้าไปอยู่ในบ้านหลังนั้นต่างหาก ตราบใดที่ "ทักษิณ" ยังไม่ได้ไปอยู่ในเขมร "สมเด็จฮุนเซน" จะเห่าหอนอะไร? ก็เชิญเห่าหอนไปเถอะ เพราะผลเสียก็ตกแก่ "สมเด็จฮุนเซน" ทั้งนั้น แต่ถ้า "ทักษิณ" เข้าไปอยู่ในบ้านนั้นเมื่อไหร่? ผลลัพธ์ที่ตามมาของสองประเทศนี้ก็คือ ..สงคราม ชัดเจน !!..ไม่ต้องไปคิดอะไรมาก!!
ผมยังมั่นใจว่า ..นี่มันเป็นแค่เกมปาหี่ ที่นำมือผู้นำประเทศเพื่อนบ้านที่ตัวเองสนิทสนมมาดิสเครดิตประเทศชาติตัวเองของ "ทักษิณ" ..
เนื่องเพราะ ..ระยะห่างที่ "ทักษิณ" มหาเศรษฐีหนีคุกคนขี้ขลาดคนนี้จะมั่นใจในความปลอดภัยของตนว่า ..จะไม่โดนหน่วยคอมมานโดของไทย จู่โจมลากคอมาเข้าคุกได้ ต้องห่างออกไปประมาณ ๓ ประเทศ ..อัพ!!..
ไม่มีทาง และ เป็นไปไม่ได้ที่ "นักโทษชายทักษิณ" จะกล้ามาอยู่เขมร !!..
หน่วยข่าวกรองของไทยเต็มยั้วเยี้ยะในเขมร ..มาเมื่อไหร่โดนลากคอมาเข้าคุกเมื่อนั้น!!
ศรีธนญชัยเจ้าเล่ห์อย่างทักษิณ ..จะโง่มาอยู่หรือ ????..
สู้นอนรอความตายสบายๆไข่ ..อยู่ที่ดูไบไม่ดีกว่าหรือ ???..
..........................................................
วินเซนต์
ขอนแก่น
๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๒

 

  

COUNTRY FOR SALE

Cambodia's Family Trees

THAKSIN & HUN SEN