Home
About PAD
ASTV - TAN
Cartoons
Contact PAD
E-Gazette
Events
Hun Sen
Military & Thailand
New Politics Party
October 7th
PAD Chat
PAD Links
PAD New England
PAD News
PAD Photos
PAD Reviews
PAD Stories
PAD Videos
PAD-USA
Politics & Monarchy
Power of Love
Prasart Pra Viharn
Site Map
Support
VOTE NO
PAD Leaders 
 

พันธมิตรมีแกนนำหลักแบ่งออกเป็น 2 รุ่น คือ รุ่นที่ 1 ได้แก่ พลตรีจำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายพิภพ ธงไชย และนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ และในปี 2551 ได้มีการแต่งตั้งแกนนำรุ่นที่ 2 ได้แก่ นายสาวิทย์ แก้วหวาน, นายศิริชัย ไม้งาม, นายสำราญ รอดเพชร, นางมาลีรัตน์ แก้วก่า และนายศรัณยู วงศ์กระจ่าง

 

นอกจากนี้ นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) เป็นผู้ประสานงาน และนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ เป็นโฆษก รวมทั้งมีผู้ประสานงานคนอื่นๆ อีกหลายคน

 

The PAD leaders include media-mogul Sondhi Limthongkul, Major General Chamlong Srimuang, the secretary of the Thailand's Federation of Government Owned Enterprise Labor Somsak Kosaisuuk, the former ISOC leader and activist Phiphob Thongchai, and the lecturer at Nakhon Ratchasima Rajabhat University Somkeit Pongpaibul.  In 2008, 5 additional leaders were appointed: Sawit Kaewwan, Sirichai Maingam, Samran Rodpetch, Maleerat Kaewka, and Sarunyu Wongkrajang.

 

Suriyasai Katasila serves as the PAD coordinator and Panthep Puapongbhant as the PAD speaker.

 

แกนนำพันธมิตรรุ่นที่ 1

1st PAD Leaders

นายสนธิ ลิ้มทองกุล (เกิดวันที่ 7 พฤศจิกายน 2490) เป็นนักหนังสือพิมพ์ นักเขียน ผู้ก่อตั้งและเจ้าของหนังสือพิมพ์ในเครือ

ผู้จัดการ เคยเป็นผู้ดำเนินรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ทางช่อง 9 อ.ส.ม.ท. ตั้งแต่เดือนเมษายน 2546 ก่อนที่จะถูกระงับการถ่ายทอด โดยรัฐบาล พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร และผันแปรไปเป็นรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร ในเดือนกันยายน 2548

 

ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2549 นายสนธิเป็นหนึ่งในแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่นำการชุมนุมเพื่อขับไล่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ให้ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในที่สุด คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้เข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549

 

ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2550 นายสนธิ ลิ้มทองกุลและทีมงาน ได้เปลี่ยนชื่อรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ไปเป็น รายการยามเฝ้าแผ่นดิน

 

รายการยามเฝ้าแผ่นดินออกอากาศครั้งสุดท้ายเมื่อวันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 และการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเริ่มต้นอีกครั้งในวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 นายสนธิ ลิ้มทองกุลได้กลับมาเป็นแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำการชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาลนอมินีของนายสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งชุมนุมยาวนานถึง 193 วัน หลังการชุมนุมยุติลงเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2552 จึงเกิดเป็นรายการพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยจัดรายการนอกห้องส่งภายในบริเวณบ้านเจ้าพระยา ในลักษณะของการชุมนุมย่อยในคืนวันศุกร์

 

ต่อมา นายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นผู้ดำเนินรายการ Good Morning Thailand และวิทยากรประจำรายการพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทางช่อง เอเอสทีวี NEWS 1 และในวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2552 นายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้ถูกลอบสังหาร ด้วยการกระหน่ำยิงด้วยอาวุธสงคราม แต่นายสนธินั้นได้รอดตายอย่างปาฏิหารย์

 

 

  

                                Thailand Weekly                                                                 Thailand Watch

 

Sondhi Limthongkul (born 7 November 1947) is Thai media mogul and leader of the right-wing People's Alliance for Democracy (PAD). Starting his career as a journalist, he later founded Manager Daily newspaper in 1982 as well as satellite broadcaster ASTV. Sonthi founded 'Muang Thai Rai Sapda' (Thailand Weekly) in April 2003, which later became 'Muang Thai Rai Sapda Sunjon' in September 2005.

 

Sondhi joined the group of 5 PAD leaders as the People's Alliance for Democracy was formally established on February 8, 2006. Under his leadership, the PAD was the major player in the 2005 - 2006 Thai political crisis that led to the 2006 military coup that toppled the Thaksin government on September 19, 2006.

 

In January 2007 Sondhi then established Thailand Watch.

 

The PAD re-establishes itself again after Thaksin-affiliated party, led by Samak Sundaravej's People's Power Party (PPP), won the 2007 general election and formed a government with attemps to amend the 2007 Constitution. The protest continues with Somchai Wongsawat's government, and the PAD's movement becomes the major player in the 2008 Thai political crisis, leading the PAD in violent clashes from security forces and anti-PAD protestors as well as the seizure of Government House, Don Muang Airport, and Suvarnabhumi Airport. The PAD protest ended on December 3, 2008 after 193 days, the longest protest in Thailand history.

 

Currently, Sondhi Limthongkul is hosting Good Morning Thailand as well as People's Alliance for Democracy, live broadcasting on ASTV NEWS 1. On April 17, 2009 Sondhi was shot and survived under an assassination attempt.

 

 

 

 

 

พลตรีจำลอง ศรีเมือง (เกิดวันที่ 5 กรกฎาคม 2478) เป็น 1 ใน 5 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในปัจจุบัน ที่เรียกร้องให้รัฐบาลสมัคร สุนทรเวชลาออกทั้งคณะ อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ 2 สมัย ผู้ก่อตั้งและหัวหน้าพรรคพลังธรรมคนแรก เป็นแกนนำของผู้ชุมนุมในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ปี พ.ศ. 2535 และเป็น 1 ใน 5 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่เรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ช่วงปี พ.ศ. 2549

 

 

 

 

 

Major General Chamlong Srimuang (born 5 July 1935) is a controversial Thai activist and former politician. A former general, he was a leader of the "Young Turks" military clique, founded and led the Phalang Dharma party, served for six years as governor of Bangkok, led the anti-military uprising of May 1992, and is a prominent member of the People's Alliance for Democracy, a group strongly opposed to former prime minister Thaksin Shinawatra.

 

 

 

 

นายสมศักดิ์ โกศัยสุข (เกิดวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2488 ที่ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช) เป็นเลขาธิการสหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) มีบทบาทสำคัญในการต่อต้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. 2548 และเคยยื่นหนังสือคัดค้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจต่อนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร และเป็น 1 ใน 5 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

ประสบการณ์การทำงาน

 

Somsak Kosaisuuk (born 2 June 1945) is the secretary of the Thailand's Federation of Government Owned Enterprise Labour. He was very active in organizing a campaign against the privatization of Electrical Generation Authority of Thailand. He is well known and well respected among the Government Owned Enterprises employee. Somsak is one of the leaders of the People's Alliance for Democracy.

 

นายพิภพ ธงไชย (เกิดวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2488 ที่ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง) เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในองค์กรพัฒนาเอกชน อดีตประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ปัจจุบันที่ปรึกษาคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป) ที่ปรึกษาคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) กรรมการเลขานุการมูลนิธิเด็ก สมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และเป็น 1 ใน 5 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

 

Phiphob Thongchai (born 10 July 1945) is a famous Non-Governmental Organization leader who advocates for a wide range of issues. He is also a committee member of the Council of Socio-economic Consultant of Thailand, Committee for Democratic Advocacy of Thailand, Children's Foundation of Thailand, and a leader of the People's Alliance for Democracy.

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ (เกิดวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2493 ที่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา) อดีตอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เป็นคอลัมนิสต์ในหนังสือพิมพ์มติชนและนักวิชาการการเมืองภาคประชาชน เคยเป็นเลขาธิการสภาองค์การครูเพื่อสังคม (อคส.) เครือข่ายครูทั่วประเทศ 66 องค์กร ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน โดยทำงานเกี่ยวกับมวลชนและคนยากจนมากว่า 30 ปี เป็นแกนนำต่อต้านกฎหมายขายชาติ 11 ฉบับ และโครงการท่อก๊าซไทย-มาเลเซีย และเป็นหนึ่งในแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

 

ปัจจุบัน ได้ลาออกจากการเป็นอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เพื่อลงรับเลือกตั้งในปลายปี พ.ศ. 2550 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และได้รับเลือกตั้ง

 

Somkeit Pongpaibul (born 12 January 1950) was an assistant professor at Nakhon Ratchasima Rajabhat University, Nakhon Ratchasima Province. Somkiat was a columnist of Matichon and has long been active among the people's political movement, especially with the poor for over 30 years. He is the co-founder of the Mass Party and an advocate for the poor and a major critic on Prime Minister Thaksin Shinawatra. Somkeit is one of the leaders of the People's Alliance for Democracy.

 

He became a member of the Thai House of Representatives in 2007 from Democrat Party.

 

แกนนำพันธมิตรรุ่นที่ 2

2nd PAD Leaders 

 

นายสาวิทย์ แก้วหวาน เป็นแกนนำรุ่นที่ 2 ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย สายอาชีพแรงงานรัฐวิสาหกิจ เป็นแกนนำสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.ร.ฟ.ท.)

 

นายสาวิทย์จบการศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคพัทลุง คณะวิศวกรรมรถไฟ เข้าทำงานในการรถไฟแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ พ.ศ. 2525 เข้าสู่ขบวนการแรงงานในปี พ.ศ. 2531 และได้ร่วมกิจกรรมเคลื่อนไหวต่างๆ เรื่อยมา ได้เป็นรองประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย จนกระทั่งเป็นเลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.)และต่อมาได้เข้าร่วมกลุ่มคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ซึ่งได้เข้าร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาลพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ปี พ.ศ.2549 กับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยมีบทบาทเป็นโฆษกบนเวที และถูกแต่งตั้งให้เป็นแกนนำรุ่นที่ 2 ในการชุมนุมเมื่อปี พ.ศ. 2551

 

นายศิริชัย ไม้งาม เป็นแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รุ่นที่ 2 ดำรงตำแหน่งประธานสหภาพแรงงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (สร.กฟผ.) ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2545

 

นายศิริชัย จบการศึกษาระดับปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต มีอาชีพเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ เริ่มการทำงานที่โรงไฟฟ้าพระนครใต้ และมาปฏิบัติงานต่อที่โรงไฟฟ้าบางปะกง เป็นรองเลขาธิการสมาพันธ์แรงงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (สฟท.) และรองเลขาธิการปฏิบัติการสมาพันธ์แรงงาน รัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) รวมทั้งกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง จึงมีความสนิทสนมกับ สมศักดิ์ โกศัยสุข เลขาธิการ สรส. แกนนำพันธมิตรฯ เป็นอย่างดี

 

ผลงานเด่นคือการต่อต้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ โดยเป็น 1 ใน 12 คน ที่ไม่รับหุ้น กฟผ.และร้องเรียนไปยังศาลปกครองสูงสุดให้เพิกถอนการแปรรูป กฟผ. และเป็นผู้นำในการคัดค้านการขายโรงไฟฟ้าบางปะกง แม่เมาะ และราชบุรี ในสมัยรัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ พ.ศ. 2539 จนถึงสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย พ.ศ. 2542

 

นายสำราญ รอดเพชร (20 กันยายน พ.ศ. 2499) ชาวนครศรีธรรมราช เป็นแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รุ่นที่ 2 เข้าสู่วงการข่าวปี พ.ศ. 2521 ในยุครัฐบาลทหาร ซึ่งการทำงานข่าวอย่างอิสระเป็นไปอย่างยากลำบาก ในปี พ.ศ. 2523 นายสำราญมีผลงานรวมบทกวี-เรื่องสั้น ชื่อ "ในอ้อมกอดของภูผา" และผลงานกวีร่วมกับนักเขียนที่มีชื่อเสียงหลายเล่ม เช่น กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ เป็นต้น การศึกษาจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

 

นายสำราญเป็นที่รู้จักในปี พ.ศ. 2544 เมื่อเป็นพิธีกรในรายการ ข่าวเด่นประเด็นร้อน ซึ่งเป็นรายการวิเคราะห์ข่าวทางสถานีไอทีวี แทนที่นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ที่ถูกยกเลิกไปอย่างกะทันหัน และในรายการนี้ นายสำราญเป็นผู้ที่ใช้คำว่า "ฟันธง" ขึ้นมาเป็นคนแรก

 

แต่เพราะนายสำราญได้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา จึงส่งผลให้รายการถูกยกเลิกไปในที่สุด จากนั้นในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2546 ได้ย้ายมาร่วมงานกับหนังสือพิมพ์ผู้จัดการและเอเอสทีวี บทบาทของเขาในเครือผู้จัดการโดดเด่นมาก โดยเป็นผู้วิเคราะห์ข่าวและดำเนินรายการช่วงเช้า สภาท่าพระอาทิตย์ คู่กับนายคำนูณ สิทธิสมาน และนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์

 

ในวิกฤตการณ์การเมืองในประเทศไทย พ.ศ. 2548 - 2549 นายสำราญมีบทบาทเป็นพิธีกรและโฆษกของเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในการขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

 

หลังการรัฐประหารในปี พ.ศ. 2549 นายสำราญได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

 

ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2550 นายสำราญลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พร้อมกับยุติบทบาทสื่อมวลชนทั้งหมด เพื่อลงสมัครเลือกตั้ง พ.ศ. 2550 กับพรรคประชาธิปัตย์ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เขต 7 ซึ่งประกอบด้วย เขตบางกะปิ เขตสะพานสูง เขตมีนบุรี และเขตลาดกระบัง คู่กับ นายประพันธ์ คูณมี และนางนาถยา เบ็ญจศิริริวรรณ แต่ไม่ได้รับเลือก

 

จนกระทั่งถึงการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พ.ศ. 2551 เริ่มขึ้น นายสำราญก็กลับมาทำหน้าที่สื่อมวลชน และร่วมชุมนุมอีกครั้ง และถูกแต่งตั้งให้เป็นแกนนำฯรุ่นที่ 2

 

นางมาลีรัตน์ แก้วก่า เกิดเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2496 ที่อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร จบการศึกษาปริญญาตรี วิทยาศาสตร์บัณฑิต (เกษตร) จากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปริญญาตรี นิติศาสตร์บัณฑิต จากสาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐศาสตร์) คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประกาศนียบัตรชั้นสูง หลักสูตรการเมืองการปกครองสำหรับผู้บริหารระดับสูง สถาบันพระปกเกล้า ประกาศนียบัตรหลักสูตรกฎหมายมหาชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

เคยเข้าร่วมขบวนการนักศึกษาหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ในเขตเทือกเขาภูพาน จ.สกลนคร ต่อมาหลังการออกประกาศ 66/23 ในสมัยรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เมื่อปี พ.ศ. 2523 เมื่อบ้านเมืองคลี่คลายได้กลับเข้าเมือง โดยเป็นอาสาสมัครให้กับพรรคการเมือง

 

เริ่มลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งแรกในนามพรรคประชาชน ในปี พ.ศ. 2531 แต่ไม่ได้รับเลือก ในช่วงที่คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ยึดอำนาจจาก พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ในปี พ.ศ. 2534 ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคความหวังใหม่ เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2535 แต่ไม่ได้รับเลือก หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ มีการเลือกตั้งใหม่ในนามพรรคชาติพัฒนา เนื่องจากพรรคความหวังใหม่ไม่ส่งลงสมัคร เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2535 แต่ไม่ได้รับเลือกอีกครั้ง หลังจากนั้น ได้ลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคชาติพัฒนาอีกครั้ง เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2538 กระทั่งได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.สกลนคร มีผลงานเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเด็ก เยาวชน และสตรี โดยเฉพาะการจัดตั้งชมรมผู้นำสตรีท้องถิ่น จังหวัดสกลนคร (ปัจจุบันคือ สมาคมผู้นำสตรีท้องถิ่น สกลนคร)

 

ต่อมานายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาอีกครั้ง ได้ลงสมัคร ส.ส.อีกครั้งแต่ไม่ได้รับเลือก ซึ่งต่อมาได้ร่วมก่อตั้ง เครือข่ายผู้หญิงกับรัฐธรรมนูญ ทำหน้าที่ประสานงานองค์กรสตรีทั่วประเทศ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนมีส่วนร่วม และเผยแพร่ความรู้ตามรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับสิทธิและกลไกในการคุ้มครองสิทธิของตนและชุมชน

 

ตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จ.สกลนคร เมื่อปี พ.ศ. 2543 และได้รับเลือกตั้ง โดยดำรงตำแหน่งประธานกรรมาธิการกิจการสตรี เยาวชน และผู้สูงอายุ วุฒิสภาคนแรกที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นกรรมาธิการตรวจสอบประวัติและความประพฤติของผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ เช่น คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ฯลฯ

 

ระหว่างที่ทำหน้าที่ ส.ว. ได้รับรางวัล ผู้หญิงเก่ง สาขานักการเมือง จากสถาบันวิจัยบทบาทหญิงชายและการพัฒนา เมื่อปี พ.ศ. 2545 ได้รับความไว้วางใจจาก ส.ส. และ ส.ว.หญิง เลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานชมรมสมาชิกรัฐสภาสตรีไทย เมื่อปี พ.ศ. 2546 - 2548 บทบาทที่สำคัญ คือ การส่งเสริมให้สตรีเข้ามีส่วนร่วมทางการเมืองโดยจัดการฝึกอบรมให้, การนำร่างพระราชัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำจากความรุนแรงในครอบครัว ออกรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ใน 4 ภูมิภาค, การร่วมมือกับกรรมกาธิการการสาธารณสุขสภาผู้แทนราษฎร และผู้ทรงคุณวุฒิ ทำการยกร่าง พระราชบัญญัติอนามัยการเจริญพันธุ์ ฯลฯ

 

ระหว่างดำรงตำแหน่ง ส.ว. เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทำการขับไล่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

 

เดือนธันวาคม พ.ศ. 2550 ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคมัชฌิมาธิปไตย แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ปัจจุบัน เป็นนายกสมาคมผู้นำสตรีท้องถิ่น สกลนคร ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้หญิงกับรัฐธรรมนูญ และคณะทำงานขบวนผู้หญิงผู้หญิงกับการปฏิรูปการเมือง นอกจากตำแหน่งทางการเมืองแล้ว ยังเป็นกรรมการสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย กรรมการมูลนิธิรพีพร เพื่อสวัสดิการนักเขียน และ กรรมการมูลนิธิ สุภาว์ เทวกุล ด้วย

 

 

นายศรัณยู วงษ์กระจ่าง เกิดวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2503 ที่ตำบลกระดังงา อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม

 

ศรัณยูเป็นแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รุ่นที่ 2 เป็นนักแสดง พิธีกร ผู้กำกับการแสดงละครและภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งในวงการบันเทิงของไทย

 

ก่อนจะเข้ามาในวงการบันเทิง ประกอบอาชีพเป็นสถาปนิก และศรัณยูได้ร่วมกิจการการแสดงโดยแสดงละครของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 เมื่อตรั้งยังเป็นนิสิต เมื่อจบออกมามีผลงานชิ้นแรกทางโทรทัศน์ โดยแสดงเป็นตัวประกอบในรายการเพชฌฆาตความเครียด ทางช่อง 9 ในปี พ.ศ. 2527 โดยแสดงร่วมกับนักแสดงรุ่นพี่ที่เป็นศิษย์เก่าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เช่นเดียวกัน ได้แก่ ปัญญา นิรันดร์กุล, เกียรติ กิจเจริญ

ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ

PAD Coordinator

 
 

นายสุริยะใส กตะศิลา เกิดเมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2515 ที่ อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ จบการศึกษาปริญญาตรี จาก คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้ประสานงาน ครป. และได้รับเลือกให้เป็นเลขาธิการ ครป. ตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2545 และอยู่ในตำแหน่งนี้จนถึงปัจจุบันโดยไม่มีการเลือกตั้งใหม่ตามวาระ ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย เข้าร่วมการขับไล่ ทักษิณ ชินวัตร ให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

 

นายสุริยะใส กตะศิลา เป็นผู้ประสานงานเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และโฆษกส่วนตัว สนธิ ลิ้มทองกุล

นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ผู้จัดรายการ "ยามเฝ้าแผ่นดิน" และคอลัมนิสต์ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ เกิดวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2513 ที่กรุงเทพมหานคร

 

นายปานเทพเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนอัสสัมชัญ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และระดับปริญญาโทบริหารธุรกิจ สาขา การเงินการจัดการ จากมหาวิทยาลัยแห่งมลรัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

 

เมื่อกลับมาเมืองไทยได้เข้าทำงานกับองค์กรภาคเอกชน โดยเข้าไปเป็นผู้บริหารดูด้านการเงิน และการก่อสร้างอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนที่ประเทศไทยจะประสบกับวิกฤติเศรษฐกิจ เมื่อปี พ.ศ. 2540

 

ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ เข้าสู่วงการเมือง โดยมีผู้แนะนำให้รู้จักกับ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ในปี พ.ศ. 2541 โดยเข้าไปช่วยงานในพรรคความหวังใหม่ ขณะที่มีอายุ 28 ปี กระทั่งได้เป็นกรรมการบริหารพรรค เคยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคความหวังใหม่ และมีตำแหน่งสุดท้ายเป็นรองโฆษกพรรคความหวังใหม่ ในปี พ.ศ. 2544 ก่อนที่จะไปดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการองค์การฟอกหนัง ด้วยวัย 31 ปี ซึ่งถือว่าเป็นผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ ที่อายุน้อยที่สุดในประเทศไทย

 

เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ได้ยุบพรรคความหวังใหม่ รวมกับพรรคไทยรักไทย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ได้เป็นทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจในช่วง รัฐบาลทักษิณ 1 โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจภาคใต้ ก่อนที่จะถอนตัวในเวลาต่อมาด้วยความเห็นที่ไม่ตรงกัน และหลังจากนั้นยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับรัฐบาลทักษิณมาโดยตลอด โดยชื่อของ ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โด่งดังอีกครั้ง เมื่อออกหนังสือชื่อ "บันทึกลับ ๒๕๔o" โดยมีเนื้อหาชี้แจงถึงปัญหาเศรษฐกิจในช่วงที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ถูกโจมตีว่าเป็นผู้ก่อให้เกิดวิกฤต

 

ปานเทพ พัวพงษ์พันธุ์ ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐบาลมาโดยตลอด เช่น การเขียนคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐชื่อ " วิสัยทัศน์เศรษฐกิจ " รวมทั้งถึงเคยจัดรายการโทรทัศน์ทาง UBC ช่อง 7 ร่วมกับดุสิต ศิริวรรณ ด้วยอยู่ช่วงหนึ่ง ในชื่อรายการ " โต๊ะข่าวเช้านี้ "

 

ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548 ปานเทพ ก็ได้เข้าไปทำงานในเครือผู้จัดการ ของสนธิ ลิ้มทองกุล และได้ทำรายการใน ASTV คือ "ยามเฝ้าแผ่นดิน" ในช่วงเวลา 20:30 น.-21:30 น.ทุกวันจันทร์ ถึง ศุกร์ และเขียนคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการด้วย ซึ่งยังทำมาจนปัจจุบัน

 

ในการขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในปี พ.ศ. 2549 ปานเทพ พัวพงษ์พันธุ์ ทำหน้าที่เป็นโฆษกบนเวที และในการขับไล่ รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พ.ศ. 2551 ปานเทพ พัวพงษ์พันธุ์ ยังคงทำหน้าที่เป็นโฆษกบนเวทีอย่างต่อเนื่อง